กยศ.เผยนักเรียน-นักศึกษา เบี้ยวหนี้กว่า 2 ล้านราย

นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยถึงการติดตามหนี้กองทุนฯ ว่า ที่ผ่านมา กยศ.ได้ดำเนินการตามขั้นตอนติดตามหนี้จากผู้กู้ยืมมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปีแรกที่ผู้กู้ยืมครบกำหนดชำระหนี้ กองทุนฯ จะส่งจดหมายแจ้งภาระหนี้ให้แก่ผู้กู้ยืม จากนั้นจะมีจดหมายติดตามหนี้ค้างชำระ แจ้งเตือนให้แก่ผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกัน รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่โทรศัพท์แจ้งเตือนภาระหนี้ให้รับทราบ เพื่อดำเนินการชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่หากผู้กู้ยืมค้างชำระหนี้ จะต้องเสียเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 12 หรือ 18 ต่อปี ของเงินต้นงวดที่ค้างชำระแล้วแต่กรณี จนถึงขั้นถูกบอกเลิกสัญญาและดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

 

ซึ่งเมื่อถูกดำเนินคดีแล้วสามารถไปขอไกล่เกลี่ยทำสัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาลได้ และชำระหนี้เป็นรายเดือนได้อีก 9 ปี หรือหากไม่ได้ไปศาลและศาลมีคำพิพากษาให้ชำระหนี้ทั้งหมด กองทุนยังได้ให้เวลาผ่อนชำระหนี้ตามคำพิพากษาอีกระยะหนึ่ง แต่หากผู้กู้ยืมหรือผู้ค้ำประกันไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาภายในระยะเวลา ที่กฎหมายกำหนด กองทุนมีความจำเป็นต้องสืบทรัพย์บังคับคดีตามกฎหมาย มิฉะนั้นกองทุนจะมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากเงินกู้ยืมเป็นเงินงบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีของประชาชน

โดยปัจจุบัน กองทุนได้ปล่อยเงินกู้ยืมให้แก่นักเรียน นักศึกษาไปแล้วจำนวนกว่า 5.4 ล้านราย คิดเป็นเงินกว่า 5.7 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้มีผู้กู้ยืมที่ชำระหนี้เสร็จสิ้นแล้วจำนวน 8 แสนราย อยู่ระหว่างปลอดหนี้ 1 ล้านราย อยู่ระหว่างชำระหนี้ 3.5 ล้านราย แบ่งเป็นผู้ชำระหนี้ปกติ 1.4 ล้านราย ผิดนัดชำระ 2.1 ล้านราย หรือคิดเป็นเงินต้น 6.8 หมื่นล้านบาท โดยมีผู้ที่ถูกดำเนินคดีแล้วมากกว่า 1 ล้านราย

ผู้จัดการ กยศ. ระบุด้วยว่า ขอฝากถึงผู้กู้ยืมให้ชำระหนี้เป็นปกติ เพื่อไม่ให้ถูกฟ้องร้องจนเดือดร้อนถึงผู้ค้ำประกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบิดา มารดา ญาติ หรือครู อาจารย์ เพราะการค้ำประกันการกู้ยืมใดๆ จะเป็นภาระผูกพันทางกฎหมาย
และหากค้างชำระเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดเบี้ยปรับจำนวนมาก

กยศ. แจงกรณีนักเคลื่อนไหวโพสต์วิจารณ์ระบบ กยศ. ไม่มีความปลอดภัย

วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) กระทรวงการคลัง ชี้แจงประเด็น นายประสิทธิ์ชัย หนูนวล นักเคลื่อนไหวด้านพลังงาน โพสต์ข้อความวิจารณ์ระบบ กยศ. เนื่องจากกลุ่มหนุนถ่านหินสามารถดูข้อมูลส่วนตัวของตนได้ ดังนี้

1. กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ปล่อยให้ข้อมูลส่วนตัวของลูกหนี้หลุด ถือเป็นระบบที่ไม่มีความปลอดภัย ทั้งนี้ ได้มีการโทรหาเจ้าหน้าที่ กยศ. กลับได้รับแจ้งว่าระบบยังแก้ไขไม่ได้ ถือเป็นการปล่อยให้ข้อมูลส่วนตัวของแต่ละบุคคลตกอยู่ในภาวะความเสี่ยง 2. ข้อมูลหนี้ กยศ. ควรเป็นข้อมูลส่วนตัว ที่ควรมีระบบป้องกัน ไม่ใช่เพียงรู้ข้อมูลเลขบัตรประจำตัวประชาชนและวัน เดือน ปีเกิด ก็สามารถเข้าสู่ข้อมูลส่วนตัวได้ ถือเป็นภัยต่อผู้กู้ยืมอย่างมาก

กยศ. ขอชี้แจงดังนี้

1. กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) มีภารกิจหลักในการสนับสนุนการศึกษาให้แก่นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือที่ศึกษาในสาขาวิชาที่เป็นความต้องการหลักของประเทศ ซึ่งกองทุนฯ มีระบบในการขอกู้ยืมของนักเรียน นักศึกษาที่ต้องการกู้ยืมเงิน และระบบในการตรวจสอบยอดภาระหนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้กู้ยืม

โดยสามารถตรวจสอบยอดหนี้ได้ด้วยตนเองทางเว็บไซต์ธนาคารกรุงไทย ธนาคารอิสลาม และ ตู้บริการอเนกประสงค์ของรัฐ หรือ Government Smart Kiosk ปัจจุบันในส่วนของการให้บริการด้านดิจิทัล กองทุนฯได้มีการพัฒนา ระบบทั้งหมดอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับการบริการให้มีความสะดวก รวดเร็ว

รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยตามมาตรฐานภาครัฐ โดยอยู่ระหว่างการดำเนินการโครงการ Digital Student Loan Funds System ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2563

2. สำหรับข้อมูลของผู้กู้ยืมในการขอกู้ยืมผ่านระบบนั้น กองทุนได้มีการ ให้บริการด้านกู้ยืมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เว็บไซต์ของกองทุนฯ ซึ่งมีขึ้นตอนดังนี้

2.1 เลือกลงทะเบียนรหัสผ่าน

2.2 กรอกข้อมูล เลขบัตร ชื่อ สกุล วันเดือนปีเกิด อีเมล และหมายเลขโทรศัพท์

2.3 ยืนยันรหัส OTP

2.4 กำหนดรหัสผ่าน

2.5 เลือกระดับการศึกษา ที่จะขอกู้ยืม

2.6 ระบบส่งข้อมูลตรวจสอบกับ MOI

2.7 ผู้กู้ต้องเข้าระบบ อีกครั้งหลัง (หลังลงทะเบียนประมาณ 3 ชั่วโมง) เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ตรวจกับ MOI

2.8 หาก เลขบัตร ชื่อ สกุล วันเดือนปีเกิด ตรงกับ MOI จะสามารถยื่นกู้ต่อไปได้ โดยใช้รหัสผ่านที่ผู้กู้ตั้งไว้ตอนลงทะเบียนครั้งแรก

3. ในส่วนการตรวจสอบข้อมูลภาระหนี้ของผู้กู้ยืมนั้น จะใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ได้แก่ เลขบัตรประจำตัวประชาชน วันเดือนปีเกิดของผู้กู้ยืม และต้องใส่รหัส captcha ในการเข้าระบบ

สำหรับระบบการตรวจสอบยอดหนี้ของผู้กู้ยืม กองทุนฯอยู่ในระหว่างการ ดำเนินการเพิ่มเติมจากระบบการตรวจสอบยอดหนี้ที่มีอยู่ ดังนี้

1. กองทุนฯอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบในการรักษาความปลอดภัย ให้กับผู้กู้ยืมในการเข้าตรวจสอบยอดหนี้ด้วยตนเองให้มีความมั่นคงปลอดภัย มากยิ่งขึ้น โดยผู้กู้ยืมต้องใส่รหัสที่กำหนดเองหรือข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ และมีการยืนยันตนเอง 2 ระดับตามมาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัย โดยในกรณีที่ผู้กู้มีหมายเลขโทรศัพท์มือถือ จะใช้ระบบ OTP ในการยืนยัน ตัวบุคคล

แต่หากไม่มีหมายเลขโทรศัพท์หรือหมายเลขโทรศัพท์ผิด จะมีรายการของชุดคำถามที่จะถูกสุ่มขึ้นมาจากระบบ เพื่อให้ผู้กู้สามารถ โทรศัพท์เข้ามายืนยันตัวบุคคลผ่านระบบ Call Center โดยระบบตรวจสอบยอดหนี้ที่กำลังพัฒนาใหม่นี้ จะดำเนินการแล้วเสร็จ พร้อมใช้งานภายในเดือนสิงหาคม 2561

2. กองทุนฯได้เพิ่มช่องทางตรวจสอบยอดหนี้ผ่านตู้บริการ อเนกประสงค์ภาครัฐ หรือ Government Smart Kiosk ที่ผู้กู้สามารถตรวจสอบ ยอดหนี้ได้โดยใช้บัตรประชาชนและรหัส OTP ผ่านโทรศัพท์มือถือ

3. ผู้กู้สามารถติดต่อกยศ.เพื่อสอบถามข้อมูลต่างๆเพิ่มเติม ได้ที่ช่องทางดังนี้
3.1 กยศ. Call Center หมายเลขโทรศัพท์ 0 2016 4888 วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 8.30 – 20-00 น.
3.2 โทรสารหมายเลข 0 2016 4800
3.3 อีเมล [email protected]
3.4 Facebook : กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

‘ทีมหมูป่า’ 12 คน กำหนดปลงผมบวชวันนี้ ทำพิธีวัดพระธาตุดอยตุง-พระธาตุดอยเวา

(24 ก.ค.) มีพิธีบรรพชาทีมหมูป่าอะคาเดมี 12 คน ยกเว้นเด็กชายอดุลย์จะมีพิธีปลงผมนาคในวันนี้ ที่วัดพระธาตุดอยเวา และวันที่ 25 กรกฎาคมจะมีพิธีบรรพชาและจำวัด ที่วัดพระธาตุดอยตุง 1 คืน จากนั้นทั้งหมดจะเดินทางไปจำวัดและปฎิบัติธรรมทำกิจของสงฆ์ที่วัดพระธาตุดอยเวา จนถึงวันที่ 3 สิงหาคม และเช้าของวันที่ 4 สิงหาคมจะลาสิกขา รวมเวลาบวชทั้งหมด 9 วัน


ด้านสุขภาพของทีมหมูป่าทั้ง 13 คน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่สาย เผยว่า ทุกคนมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง แต่ทีมแพทย์ยังคงต้องคอยเฝ้าระวังผลกระทบทางด้านจิตใจ และทุกคนยังคงต้องปรับตัว เพื่อให้สภาวะจิตใจกลับมาอยู่ในภาวะปกติ รวมไปถึงการคอยให้ความคุ้มครองดูแล พร้อมทั้งให้คำปรึกษาด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง

ตำรวจค้านประกันตัว ‘วัน อยู่บำรุง’ ส่งฝากขังวันนี้

นายวัน อยู่บำรุง อายุ 44 ปี ลูกชาย ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย เดินทางเข้าพบ พลตำรวจตรี ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม เพื่อรับทราบข้อหา ร่วมกันใช้อาวุธข่มขู่ และร่วมกันทำร้ายร่างกาย นายภานุวัฒน์ ปุณณรัตนกุล วัย 34 ปี ทายาทร้านทอง “แม่ทองสุก” เมื่อคืนวันที่ 23 เมษายน บริเวณลานจอดรถ หน้าเดโม่ผับ ซอยทองหล่อ 10 หลังถูกศาลอาญากรุงเทพใต้ ออกหมายจับ ขณะที่ ร้อยตำรวจเอกเฉลิม บิดา และนายอาจหาญ พี่ชาย ได้ทยอยเข้าเยี่ยมเวลาประมาณ 15.30 น. และ 16.30 น.ตามลำดับ โดยในส่วนของ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ โดยอ้าง จะให้สัมภาษณ์หลัง “ปลดล็อกทางการเมือง”

ต่อมา 17.45 น. ทางร้อยตำรวจเอก เฉลิม และนายอาจหาญ ได้เดินทางกลับ ก่อนที่ประมาณ 18.50 น. เจ้าหน้าที่จะนำตัวนายวัน เข้าห้องควบคุม ขณะที่เจ้าตัวได้โพสต์เฟซบุ๊ก รายงานด้วยว่า พนักงานสอบสวนไม่อนุญาตให้ประกันตัว

ด้านทนายความ เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวน คัดค้านการประกันตัว โดยให้เหตุผลว่า จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน ส่วนวันนี้เวลาประมาณ 09.00 น.พนักงานสอบสวนจะนำตัวนายวัน ไปขออำนาจศาลฝากขัง ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ และทางครอบครัวเตรียมหลักทรัพย์เพื่อขอประกันตัวในชั้นศาล

สำหรับคดีดังกล่าว เกิดจากนายวัน เรียกนายภานุวัฒน์ ให้มาเคลียร์ปัญหาที่กระทบกระทั่งกับนายอาชวิน อยู่บำรุง หรือกาโม่ บุตรชาย ที่ประเทศสิงคโปร์ กระทั่งนายวัน ได้ชกนายภานุวัฒน์ ล้มลง และนายยศพัฒน์ สัมพันธ์ชัย หนึ่งในผู้ต้องหาที่มากับนายวัน ได้ชักปืนข่มขู่นายภานุวัฒน์ พร้อมยิงปืนขึ้นฟ้าขู่ไม่ให้เพื่อน เข้ามาช่วย ก่อนที่กลุ่มของนายวัน จะขับรถออกจากที่เกิดเหตุ
นอกจากนี้ มีรายงานว่า นายยศพัฒน์ ยังอยู่ระหว่างหลบหนีหมายจับ ศาลอาญาธนบุรี ในคดี “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” / ฝ่ายนายภานุวัฒน์ ผู้เสียหาย เคยมีปัญหากับตำรวจกรณีพกปืนเข้าร้านอาหารที่ย่านทองหล่อ มาแล้วเมื่อปี 2559

ออมสินแจงปมหนังสือถึงทนายความ เป็นการติดตามงานปกติ ไม่ใช่การเร่งรัด

วานนี้ (22 ก.ค.) นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่ได้ปรากฏเป็นข่าวว่าธนาคารออมสินได้มีหนังสือแจ้งถึงสำนักงานทนายความเรื่องการฟ้องคดีกับลูกหนี้สินเชื่อครู

ดังรายละเอียดตามที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ นั้น ธนาคารฯ ขอเรียนให้ทราบว่า ข้อความต่างๆ ที่ปรากฏในเอกสารดังกล่าวเป็นกระบวนการในการติดตามหนี้/ดำเนินคดีกับลูกหนี้ตามปกติของธนาคารฯ โดยเป็นการซักซ้อมความเข้าใจในการปฏิบัติงานของธนาคารฯ กับกลุ่มลูกหนี้ที่ธนาคารฯ ได้มีการส่งดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้มาแล้วระยะเวลาหนึ่ง จึงไม่ใช่เป็นการเร่งรัดที่เกิดจากกรณีที่มีกลุ่มครูประกาศยุติการชำระหนี้ที่จังหวัดมหาสารคามแต่อย่างใด เป็นการปฏิบัติงานตามปกติที่ใช้กับการค้างชำระหนี้ของลูกค้าทุกกลุ่ม

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาในส่วนของสินเชื่อข้อตกลงของครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวนกว่า 400,000 ล้านบาทนั้น ธนาคารฯ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากกลุ่มบุคลากรครูและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องของกระทรวงศึกษาธิการ ทำให้ที่ผ่านมามีหนี้เสียเพียง 0.94% โดยอีก 99.06% เป็นสินเชื่อที่ผ่อนชำระเป็นปกติ ส่วนสำหรับลูกหนี้ที่ปัจจุบันเป็นหนี้ค้างชำระ ธนาคารฯ มีมาตรการในการช่วยเหลือและผ่อนปรนการชำระหนี้ให้กับลูกหนี้ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการพักชำระหนี้ หรือการลดอัตราดอกเบี้ยให้ลูกหนี้ที่มีประวัติการผ่อนชำระหนี้ดี โดยในช่วงที่ผ่านมาลูกหนี้ค้างชำระเริ่มมีแนวโน้มมาแก้ไขหนี้/ปรับปรุงโครงสร้างหนี้เพิ่มมากขึ้นตามลำดับ ดังนั้นลูกหนี้ที่มีปัญหาการชำระหนี้ แต่ได้เข้าโครงการแก้ไขปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ธนาคารฯ จึงไม่ได้ดำเนินคดีแต่อย่างใด

“ลูกหนี้ทุกรายที่มีปัญหาในการชำระหนี้สามารถเข้ามาแก้ไขหนี้กับธนาคารฯ ได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะอยู่ในขั้นตอนใด ทั้งลูกหนี้ที่เริ่มมีปัญหาในการชำระหนี้ จนถึงลูกหนี้ที่ธนาคารฯ ได้มีการดำเนินคดีไปแล้ว” นายชาติชาย กล่าวในที่สุด

เปิดขั้นตอนการขอลี้ภัย “อดีตพระพรหมเมธี”

ขั้นตอนการขอลี้ภัยของอดีตพระพรหมเมธี ต่อทางการเยอรมนี ถือเป็นอุปสรรคของคณะผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในการขอรับตัวกลับมาดำเนินคดีที่ไทย


ขั้นตอนการนำตัวอดีตพระพรหมเมธี จากประเทศเยอรมนี กลับมาดำเนินคดีที่ไทย ถือว่าไม่ใช่เรื่องง่าย หลังมีรายงานว่า คณะของ พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เดินทางไปประสานขอรับตัว ถูกทางการเยอรมนี ปฏิเสธไม่ให้พบอดีตพระพรหมเมธี ด้วยเหตุผลการคุ้มครองสิทธิและความปลอดภัย เนื่องจากอดีตพระผู้ใหญ่รูปนี้ ได้ยื่นขอสถานะเป็นผู้ลี้ภัย ซึ่งหลังจากนี้ ทางการเยอรมนี จะมีการสอบประวัติ และซักถามเกี่ยวกับสาเหตุที่ยื่นคำขอลี้ภัย

ส่วนสำนักงานกลางผู้ลี้ภัยของเยอรมนี มีหลักเกณฑ์การขอสถานะเป็นผู้ลี้ภัย ได้แก่

1.การขอลี้ภัยทางการเมือง / กรณีนี้ ผู้ยื่นคำร้อง ต้องถูกละเมิดเสรีภาพทางศาสนาทาง, การเมือง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ที่มีความร้ายแรง
2.การขอลี้ภัยในประเภทฐานะผู้ลี้ภัย เพราะถูกกลั่นแกล้งดำเนินคดี ถูกปฏิเสธการเข้าถึงความยุติธรรม ด้วยเหตุผลทางการเมือง, ศาสนา และเชื้อชาติ
3.การขอรับความคุ้มครองเพียงบางส่วน
4. การขอคุ้มครองเพื่อไม่ให้ส่งไปยังประเทศต้นทาง ที่ทางการเยอรมนี มีกรอบการพิจารณาถึงระบอบการปกครองของประเทศนั้นๆ

ขณะที่ไทย ไม่จัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่เป็นรัฐต้นทางที่มีความปลอดภัย (Safe States of Origin) ตามหลักเกณฑ์ของเยอรมนี ประกอบกับเยอรมนี ต้องปฏิบัติตามระเบียบ เกี่ยวกับผู้ลี้ภัยของสหภาพยุโรป และต้องปฏิบัติตามอนุสัญญาว่าด้วยผู้ลี้ภัย ที่เยอรมนี เป็นภาคีสมาชิก จึงเป็นไปได้ว่า คำร้องขอลี้ภัยของอดีตพระพรหมเมธี อาจได้รับการพิจารณา โดยคาดว่า เจ้าตัวจะยื่นคำขอลี้ภัยประเภท 1 หรือ 2

แต่หากคำขอลี้ภัยของอดีตพระพรหมเมธี ถูกปฏิเสธ เจ้าตัวยังมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ได้ โดยใช้เวลาพิจารณาประมาณ 2 เดือน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Mono      Golden-slotonline

สาวเภสัช ใช้เวลาว่างหลังเลิกงานรับทำเค้กทุเรียน ขายผ่านเฟซบุ๊กรายได้ดี

   สาวเภสัชกรทำอาชีพเสริมใช้เวลาว่างหลังเลิกงาน รับทำเค้กทุเรียนหมอนทองตามใจลูกค้า ขายผ่านเฟซบุ๊กรายได้ดี


วันที่ 5 มิถุนายน 2561 ที่ 3 ม.1 ต.นาโต๊ะหมิง อ.เมือง จ.ตรัง ภญ.ศิริพร ใจเพียร อายุ 41 ปี กล่าวว่า ตนเองทำอาชีพหลักเป็นเภสัชกรประจำโรงพยาบาลตรัง ใช้เวลาหลังเลิกงานรับทำเค้กตามออเดอร์จากลูกค้าผ่านทางเฟซบุ๊ก ซึ่งในช่วงนี้ฤดูกาลผลไม้ทุเรียนมาแรง จึงตามใจลูกค้าที่อยากรับประทานทุเรียนแต่จะสั่งไปเป็นเค้กอวยพรวันเกิดให้ผู้ใหญ่ จึงคิดไอเดียใช้ทุเรียนหมอนทอง ทำเป็นเค้กและออกแบบให้เค้กออกมาเป็นเค้กทุเรียนได้อย่างลงตัว

โดยใช้ฝีมือตนเองทั้งหมด เน้นความประณีตทุกสัดส่วนของเค้ก ทั้งการใช้ครีมทำเป็นหนามและมีก้านซึ่งทำด้วยน้ำตาล และเนื้อทุเรียนประดับอยู่บนหน้าเค้ก สร้างความสวยงามและแปลกใหม่ อีกทั้งรสชาติอร่อย เนื้อทุเรียนหมอนทองผสมกับครีมเค้ก และแป้งที่แสนจะนุ่มลิ้น ได้ลองชิมแล้วจะติดใจ สร้างความประทับใจแก่ลูกค้า เป็นอย่างมาก

สำหรับการทำเค้กทุเรียน ขนาด 3 ปอนด์ จะใช้แป้งประมาณ 100 กรัม ผสมไข่ไก่ 4 ฟอง เนื้อทุเรียนประมาณ 200 กรัม ใช้น้ำมันรำข้าวนุ่มกว่าใช้เนย ใช้หัวกะทิแทนนม หลังจากนั้นใส่ไข่ กะทิ เกลือ น้ำตาล นำมาปั่นโดยใช้เวลาในการปั่น 5 นาที หลังจากนั้นใส่แป้งลงไปและตีให้เข้ากัน แล้วนำเข้าเตาอบ ประมาณ 35- 40 นาที และนำมาตกแต่งหน้าด้วยเนื้อทุเรียนล้วนๆ พร้อมวิปครีมตกแต่งมาทำเป็นเปลือกหนามทุเรียน รวมเนื้อเค้กมีทุเรียนหมอนทองถึง 2.5 กิโลกรัม

ซึ่งตอนนี้ราคาทุเรียนตกกิโลกรัมละ 120-140 บาท ใช้เวลาในการทำรวมตกแต่งหน้าเค้ก 3-4 ชั่วโมง รสชาติหอมกลิ่นทุเรียนหมอนทอง แป้งนุ่ม ทั้งนี้เค้กทุเรียน หากนำไปแช่ตู้เย็นจะอยู่ได้ประมาณ 3 วัน เนื่องจากไม่ใส่สารกันบูด และหากเก็บไว้นานจะทำให้รสชาติเค้กเปลี่ยนไม่อร่อย

ซึ่งเค้กทุเรียนขนาด 3 ปอนด์ รามราคาทุเรียนแล้วจะอยู่ที่ 750 บาท เนื่องจากช่วงนี้ทุเรียนมีราคาค่อนข้างสูง และการแต่งหน้าเค้กให้ออกมาในลักษณะทุเรียนต้องใช้ความประณีตเป็นอยากมากเพราะทำด้วยมือล้วนๆ ทั้งตัวซอสทุเรียน เนื้อเค้ก ตัวน้ำตาล วิปปิ้งครีม แต่งสีเองทั้งหมด

ในการทำแต่ละครั้งจะมีรายได้ 1,000-2,000 บาท ซึ่งทางร้านจะเน้นเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าว่าชอบอะไรไม่ชอบอะไรและวัตถุดิบสะอาดใหม่สด ไร้สารกันบูด ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยใช้แนวคิดที่ว่า “เราทานยังไงก็อยากให้ลูกค้าทานของดีเช่นเรา” หากลูกค้าสนใจสามารถสั่งจองผ่านทางเฟซบุ๊ก หรือทางเพจ”Cake-บ้านส้ม”

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Mthai

รวบแม่เล้า วัย 17 ปี ล่อลวงเด็กหญิงอายุ 14 ปี ค้าประเวณีเมืองพัทยา

   รองผู้การตำรวจท่องเที่ยวแถลงจับกุมแม่เล้าวัย 17 ปี ล่อลวงเด็กหญิง อายุ 14 ปี มาค้าประเวณีให้ชาวต่างชาติที่เมืองพัทยา


พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาคดีนี้ เป็นวัยรุ่นหญิงอายุ 17 ปี ติดต่อล่อลวงเด็กหญิง อายุ 14 ปี ด้วยการชักชวนให้มาเที่ยวที่พัทยา โดยชักชวนผ่านการสนทนาในกล่องข้อความสนทนาเฟซบุ๊ก ว่าจะพาทำงานหาเงินตามสถานบันเทิง แต่เมื่อไปถึงพัทยาเด็กหญิงอายุ 14 ปี กลับถูกพาไปส่งให้ชาวต่างชาติคนหนึ่งที่โรงแรม

ผู้เสียหายให้ข้อมูลตำรวจว่า หลังผู้ต้องหาพากลับที่พักได้อาศัยจังหวะที่วัยรุ่นหญิงที่ชักชวนมานอนหลับ จึงหลบหนีกลับบ้านที่อุบลราชธานี และโทรแจ้งเบาะแสการค้าประเวณี ผ่านสายด่วน 1191

หลังตำรวจรับแจ้งเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ได้ลงพื้นที่พัทยา สืบสวนหาเบาะแสผู้เกี่ยวข้อง กระทั่งควบคุมตัวชาวต่างชาติผู้กระทำชำเราเด็กหญิงได้ พร้อมช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ได้อีก 1 คน และผู้ค้าประเวณี 2 คน รวมถึงจับวัยรุ่นหญิงที่ล่อลวงเด็กหญิง ผู้เสียหายมาค้าประเวณีได้ด้วย

ทั้งหมดตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาตามฐานความผิดเป็นรายบุคคล ในข้อหาเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ เว้นแต่เด็กหญิง 2 คน ต้องเข้ารับการฟื้นฟูสภาพจิตใจ โดยไม่มีความผิดทางอาญา

ขอบคุณข้อมูลจาก : Mono

หนุ่มในรถเก๋งถูกตู้คอนเทนเนอร์ทับ พยายามปรับเบาะนอน รอดปาฏิหาริย์!

หนุ่มใหญ่ในรถฟอร์จูนเนอร์ ถูกรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ ทับแบนทั้งคัน พยายามปรับเบาะนอน รอดปาฏิหาริย์ บาดเจ็บเล็กน้อย

จากกรณีอุบัติเหตุรถพ่วง 18 ล้อ บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ เสียหลักพลิกตะแคงทับรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน xx-1695 สภาพแบนทั้งคัน จุดเกิดเหตุช่วงโค้งโรงเรียนวัดพลมณี มาจาก ถ.หลวงแพ่ง มุ่งหน้าทางคู่ขนานมอเตอร์เวย์ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (อ่านข่าว >> รถบรรทุก 18 ล้อ ทับรถเก๋งพังยับ คนเจ็บติดอยู่ด้านใน เร่งช่วยเหลือ)

ทั้งนี้ น.ส.กัญกร เอี่ยมสะอาด เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เข้าไปช่วยเหลือคนแรก เล่าเหตุการณ์ว่า ตนอยู่บนรถของมูลนิธิกำลังจะออกมาจากซอยโรงเรียนพอดี ระหว่างรอเลี้ยวก็มีรถจักรยานยนต์ และรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ คันดังกล่าวขับผ่านหน้าไปตามปกติ ขณะเดียวกันเห็นรถบรรทุกที่มาจากฝั่งตรงข้ามขับมาค่อนข้างเร็ว แล้วเสียหลักตรงช่วงโค้งหักศอก ทำให้รถพลิกตะแคงพร้อมกับตู้คอนเทนเนอร์ เสียงดังสนั่น

ตอนแรกตนไม่ทราบว่าทับรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ เพราะมองไม่เห็นรถเลย ฝุ่นตลบและนึกว่าขับเลยไปแล้ว จนกระทั่งได้ยินเสียงแตรเรียก เลยรีบวิ่งไปดูจึงเห็นว่ารถถูกทับจนแบน แต่ทำอะไรไม่ได้เลย คนขับยังพอถามตอบได้ บอกว่า ระหว่างที่ตู้ล้มทับ ตนพยายามปรับเบาะนอน และหันหน้าไปทางซ้าย แต่ตู้กดหลังคาลงมาทับบริเวณหน้าอก ทำให้หายใจไม่สะดวก รู้สึกแน่นหน้าออก ต้องใช้เวลานานเกือบ 2 ชั่วโมงกว่าจะพาออกมาได้อย่างปลอดภัย ส่วนรถแบนเหลือความสูงไม่ถึงเอว แต่ยังดีมีโครงเหล็กในห้องโดยสารช่วยค้ำไว้ อย่างไรก็ตามจุดดังกล่าวเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เนื่องจากเป็นช่วงโค้ง และทางแคบ

SO FIT SO Fun Run งาน วิ่งการกุศล สุดเอ็กซ์คลูซีฟ

ผ่านไปแล้วด้วยดีกับอีเวนต์ วิ่งการกุศล บรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ในงาน ‘SO FIT SO Fun Run’ งานดีๆ ที่บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ร่วมกับโรงแรมโซ โซฟิเทล แบงคอก เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ณ สวนลุมพินี

 

 

    งานนี้ได้รับความสนใจจากคนรักการวิ่งจำนวนมาก เพราะเป็นการร่วมมือกันกับสองแบรนด์ยักษ์ใหญ่ และยังได้ร่วมการกุศล โดยรายได้ที่ได้จากกิจกรรมนี้จะถูกนำไปบริจาคเพื่อสมทบทุนช่วยเหลือบ้านแกร์ด้า มูลนิธิสิทธิเด็ก และมูลนิธิแฮนด์ อะครอส เดอะ วอเตอร์ เพื่อสนับสนุนเด็กที่ขาดแคลนทั่วประเทศ และผู้เข้าแข่งขันยังได้รับเสื้อที่ระลึกจาก Under Armour บัตรกำนัลส่วนลดพิเศษที่ SO Spa และห้องอาหาร Red Oven อีกด้วย

นอกจากทุกคนจะได้วิ่งออกกำลังกันอย่างเต็มที่ ยังได้รับของที่ระลึกอื่นๆ อีกมากมายทั้งเสื้อ กระเป๋าเป้สะพายหลัง และเหรียญที่ระลึก พร้อมอิ่มหน่ำไปกับอาหารเช้าที่จัดให้อย่างเต็มที่ ผ่อนคลายไปกับบูธบริการนวดเท้า รวมทั้งได้ร่วมลุ้นรางวัลใหญ่หลายรางวัลหลังจากจบการแข่งขัน เช่น ตั๋วเครื่องบินไป–กลับ กรุงเทพฯ ภูเก็ต โดยสายการบินบางกอก แอร์เวย์ พร้อมรถยนต์ BMW ไว้ใช้งานตลอดการเดินทางในจังหวัดภูเก็ต จักรยาน BMW และนาฬิกาข้อมือ BMW Sport Ice Watch

 

 

และในครั้งนี้โปรแกรมสิทธิ์ประโยชน์ The Ultimate JOY Experience ไม่รอช้าจัดสิทธิพิเศษให้สมาชิกได้เข้าร่วมวิ่งทั้งระยะทาง 5 กิโลเมตร และ 10 กิโลเมตร พร้อมคุณคริสเตียน วิดมานน์ ประธานบริษัท บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย และผู้บริหารอีกหลายท่านแบบเป็นกันเอง เหมือนกับการได้มาพบเจอครอบครัว The Ultimate JOY Experience ที่มีไลฟสไตล์และความชอบคล้ายกัน ได้สังสรรค์และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ดีๆ ร่วมกัน ทำให้ทุกคนได้รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ กลับบ้านไปพร้อมความฟิตและเฟิร์ม!

สำหรับเจ้าของรถ BMW ที่อยากเข้าร่วมกิจกรรมสนุกๆ ทั้งในประเทศแบบนี้ หรือส่วนลดร้านอาหาร โรงแรม และความบันเทิงอื่นๆ รวมทั้งทริปสุดมันส์และสุดเอ็กซ์คลูซีฟหลากหลายรูปแบบ สามารถสมัครเป็นสมาชิก The Ultimate JOY Experience ฟรี

เกมส์คาสิโนยอดนิยมที่มียอดผู้เข้าเล่นมากที่สุด