“โยฮันส์สัน” ซูเปอร์ซับ! “สวีเดน” เชือด “อิตาลี” 1-0 เพลย์ออฟบอลโลก

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบเพลย์ออฟ นัดแรก โซนยุโรป คืนวันที่ 10 พฤศจิกายน 2017 สวีเดน เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ อิตาลี ซึ่งต่างต้องการคว้าตั๋วเข้าไปลุยศึกฟุตบอลโลกทั้งคู่​

เกมนี้เล่นกันค่อนข้างหนัก ใส่กันแบบไม่มีใครยอมใคร ท้ายที่สุด เป็นซูเปอร์ซับอย่าง ยาค็อบ โยฮันส์สัน ที่ซัดแฉลบ ดานิเอเล่ เด รอสซี่ เข้าไปชนิดที่ จานลุยจิ บุฟฟ่อน หมดสิทธิ์ป้องกันในนาที 61

อิตาลี พยายามบุกทวงประตูคืนแต่ไม่เป็นผล รวมถึงโชคไม่เข้าข้างเมื่อมีจังหวะซัดชนคานอย่างจัง จบเกม สวีเดน เฉือนชนะ อิตาลี 1-0 ทำให้ทัพไวกิ้งกุมความได้เปรียบไปก่อนในเกมแรก

ทั้งนี้ อิตาลี จะไม่มี มาร์โก แวร์รัตติ ในนัดที่ 2 เนื่องจากติดโทษแบนจากการโดนใบเหลืองในนัดนี้โดยนัดที่ 2 สวีเดน ต้องบุกไปเยือน อิตาลี โดยจะลงเล่นในสนามซาน ซิโร่ ในคืนวันจันทร์ที่ 13 พฤศจิกายนนี้

กระชับมิตรของแท้! “อังกฤษ” เปิดเวมบลีย์อุ่นเครื่องเจ๊า “เยอรมัน” 0-0

ฟุตบอลกระชับมิตรทีมชาติ คืนวันศุกร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2017 ทีมชาติอังกฤษ เปิดสนามเวมบลีย์รับการมาเยือนของแชมป์โลก ทีมชาติเยอรมัน

นาทีที่ 20 เยอรมัน ได้โอกาสทำประตูขึ้นนำ เมื่อ ติโม แวร์เนอร์ หลุดเดี่ยวมาทางขวาของเขตโทษก่อนซัดเต็มข้อ แต่ติดเซฟ จอร์แดน พิคฟอร์ด ที่ยืนตำแหน่งปัดไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม

นาทีที่ 35 ฟิล โจนส์ แนวรับของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งมีอายุมากที่สุดในสนามคืนนี้ มีอาการบาดเจ็บต้นขา และเล่นต่อไม่ไหว แกเร็ธ เซาธ์เกต กุนซือสิงโตคำรามส่ง โจ โกเมซ ลงสนามแทน

นาทีที่ 43 เจ้าถิ่นได้โอกาสทองจาก แฮร์รี่ แม็คไกวร์ จ่ายเข้ากลางเขตโทษให้ แทมมี่ อับราฮัม พลิกยิงไปติด อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ก่อนบอลแฉลบหลุดกรอบออกไปเพียงนิดเดียว

จบครึ่งแรก อังกฤษ เสมอ เยอรมัน 0-0

นาทีที่ 49 อังกฤษ เกือบได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะครอสบอลเข้ามาทางขวาของ คีแรน ทริปเปียร์ ให้ เจมี่ วาร์ดี้ ขึ้นโขก แต่ไม่ผ่านมือของ มาร์ค-อันเดร แทร์ สเตเก้น ล้มตัวปัดไว้ได้

หลังจากนั้นทั้ง 2 ทีมต่างผลัดกันรุก ผลัดกันรับ ช่วงทดเวลาบาดเจ็บท้ายเกม เจสซี่ ลินการ์ด ตัวสำรองได้โอกาสวอลเล่ย์เต็มข้อแต่บอลข้ามคานออกไปแบบหวุดหวิด จากนั้นทั้ง 2 ทีมต่างทำประตูกันไม่ได้ แนวรับต่างไม่มีข้อผิดพลาด

จบเกม เสมอกัน 0-0 โดย อังกฤษ จะมีคิวลงเตะอุ่นเครื่องกับ บราซิล และทางด้าน เยอรมัน มีคิวเปิดบ้านต้อนรับฝรั่งเศส ในวันอังคารที่ 14 พฤศจิกายนนี้

คอนเต้ เตรียมคุย พาเลซ ขอซื้อ เบนเทเก้ ช่วยงาน โมราต้า

“สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี เตรียมทำเซอร์ไพร์สในตลาดซื้อ-ขายนักเตะรอบสองเดือนมกราคมนี้ ด้วยการดึงเอา คริสเตียน เบนเทเก้ ดาวยิงจากทีม คริสตัล พาเลซ มาเสริมเขี้ยวเล็บแล้ว

นับตั้งแต่เปิดฤดูกาล 2017-18 มา อัลวาโร โมราต้า คือสไตรเกอร์ที่มีความโดดเด่นทั้งในรูปแบบการเล่นและฟอร์มอันสุดยอด แต่ปัญหาคือเมื่อไหร่ก็ตามที่เจ้าตัวไม่พร้อมลงสนาม ทัพสิงห์บลู ก็จะพบกับปัญหาใหญ่ทันที

นั่นเป็นเพราะว่า กองหน้าตัวสำรองเพียงหนึ่งเดียวอย่าง มิชี บาทชัวยี นั้นไม่ดีพอที่จะได้รับความไว้วางใจจาก กุนซือ อันโตนิโอ คอนเต้ ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะยิงประตูสำคัญ ๆ ได้บ่อยครั้งก็ตาม

จนส่งผลให้กุนซือชาวอิตาลี ต้องการเติมความโหด เพิ่มทางเลือกในแดนหน้าเข้ามาอีก โดยมี เบนเทเก้ เป็นเป้าหมายอันดับหนึ่ง เพราะก่อนหน้านี้ คอนเต้ อยากได้ เฟอร์นันโด ยอเรนเต้ แต่ต้องอกหักไป

ทำให้เชื่อได้อย่างสนิทใจว่า เขาอยากได้ศูนย์หน้าตัวเป้าแกร่ง ๆ ที่สามารถพักบอลแดนหน้าได้มาเพิ่มมิติในการขึ้นเกมบุกนั่นเอง

จุดแตกหัก ! ลุยซ์ & คอนเต้ ต้องมี 1 คนที่ปลิวออกจากเชลซี

โจอี้ บาร์ตัน อดีตกองกลางพันธุ์โหดของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวแสดงทัศนะว่าตอนนี้ มีปัญหาเกิดขึ้นภายในทีมระหว่าง อันโตนิโอ คอนเต้ กับ ดาวิด ลุยซ์ ซึ่งในเดือนมกราคมนี้ จะต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเก็บข้าวของออกจากสโมสรค่อนข้างชัวร์

“ใคร ๆ ต่างก็พูดกันว่า ลุยซ์ ทำผลงานได้ดีนับตั้งแต่กลับมาจาก ปารีสฯ” บาร์ตัน เกริ่นก่อน

“ใช่ ผมเองก็เห็นด้วยว่าเขาดีขึ้นกว่าเดิมเสียอีก แต่ถึงกระนั้นหากคุณย้อนกลับไปดูในเกมการแข่งขันนัดเก่า ๆ ก็จะพบว่า ฟอร์มของ ลุยซ์ นั้นมันยากจะคาดเดามาก เหมือนเราต้องสุ่มเอาว่าวันนี้เขาจะดีหรือจะร้าย”

“การเล่นเป็นเซ็นเตอร์ตัวกลางในระบบกองหลังสามคนนั้นก็มีหลาย ๆ ครั้งที่ตัดสินใจผิดพลาด แต่ถือว่าโชคดี เพราะยังมีเพื่อนอีกสองคนยืนขนาบอยู่ด้านข้างไง”

“แต่เมื่อไหร่ที่แผนถูกเปลี่ยนเป็นกองหลัง 4 โดยมีเซ็นเตอร์แค่สอง นั่นแหละ ลุยซ์ ก็มักจะสร้างปัญหาที่น่าเขกกะโหลกขึ้นมาทันที”

“ส่วน อันโตนิโอ คอนเต้ เรื่องความสามารถของเขามันไม่มีอะไรต้องไปสงสัยกันอีกแล้ว แต่ปัญหาคือเจ้าตัวพูดอะไรบางอย่างที่ไม่ดีออกมาอยู่เรื่อย”

มูรินโญ เผยคนที่ต้องกังวลกว่า ผีแดง หลัง เรือใบ นำลิ่ว

โชเซ มูรินโญ กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ออกมาพุดถึงความกังวลในการตามจ่าฝูงอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปแล้วถึง 8 คะแนน

โดยเกมล่าสุด มูรินโญ พาทีมบุกไปแพ้ เชลซี 1-0 ส่วน เรือใบสีฟ้า ก็ยังฟอร์มร้อนแรงไล่ถล่ม อาร์เซนอล ได้ อย่างไรก็ตามกุนซือรายนี้ก็เชื่อว่ายังมีอีกหลายเกมให้พวกเขาไล่แซงได้อยู่

“แน่นอนว่าเรากังวล แต่ผมว่าก็ยังมีอีกถึง 18 ทีมที่กังวลมากกกว่าเราเพราะตอนนี้ ยูไนเต็ด คืออันดับสอง” มูรินโญ กล่าวหลังเกม

“8 แต้มใน พรีเมียร์ลีก ไม่เหมือนใน โปรตุเกส, ลาลีกา หรือ บุนเดสลีกา แน่นอนมันอาจจะดูเยอะ แต่เราก็ยังมีหลายเกมให้ลงสนาม”

“ผมหวังและเชื่อว่าในช่วงบ็อกซิงเดย์และปีใหม่ที่ตารางอัดแน่น เราจะมีขุมกำลังที่เต็มเปี่ยมเพื่อไล่ล่าคะแนนด้วยการได้ ปอล ป็อกบา, ซลาตัน อิบราฮิโมวิช และ มาร์กอส โรโฮ กลับมา”

ไขข้อข้องใจ เมื่อคืน “กุน อเกวโร่” พก “เพจเจอร์” ลงสนามจริงหรือ?

หลังจากที่ เซร์คิโอ อเกวโร่ “กุน” ดาวยิงของทีม “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถูกกล้องถ่ายทอดสดจับภาพ ขณะที่เขาโดนเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 62 โดยในมือของเขามีวัตถุสีดำขณะที่กำลังเดินออกจากสนาม

โดยในกระทู้ต่างๆรวมไปถึงในทวิตเตอร์ ต่างตั้งข้อสงสัยว่านั่นคืออะไรกันแน่?

บ้างก็บอกว่ามันคือ “เพจเจอร์” อุปกรณ์สื่อสารในยุคเมื่อ 20 ปีก่อนโน่น

บ้างก็บอกว่า อาจเป็น “เครื่องลางของขลัง” ที่ทำให้เขายิงประตูได้

แต่ล่าสุดจากการรายงานของ เดลี่เมล์ สื่อชื่อดังของอังกฤษ ได้รับการยืนยันว่า วัตถุสิ่งของชิ้นดังกล่าวคือ แบตเตอร์รี่ เครื่องมือสื่อสารติดตัวผู้ตัดสิน ของ “ไมเคิ่ล โอลิเวอร์” ที่ฝากให้ “กุน” เดินไปให้กับผู้ตัดสินที่ 4 ที่อยู่ข้างสนาม

ทั้งนี้เกมดังกล่าว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ อาร์เซน่อล ไปได้ 3-1 พร้อมกับนำจ่าฝูงในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยการมี 31 แต้ม นำห่างอันดับ 2 อย่าง แมนฯยูไนเต็ด และ สเปอร์ส อยู่ที่ 8 คะแนน

“ซอน” ซัดชัย! “ไก่เดือยทอง” เฉือน “ปราสาทเรือนแก้ว” 1-0

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2017-18 นัดที่ 11 ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ ทีมอันดับ 3 เปิดสนามเวมบลีย์ รับการมาเยือนของ คริสตัล พาเลซ บ๊วยของตาราง

ผลการแข่งขันปรากฏว่า ไก่เดือยทองยังโชว์ฟอร์มดุเอาชนะไปได้ 1-0 จากการยิงสุดสวยของ ซอน เฮือง-มิน ในนาที 64 และทำให้เจ้าตัวกลายเป็นนักฟุตบอลเกาหลีใต้ที่ยิงในพรีเมียร์ลีกได้มากที่สุดที่ 20 ประตู แซง พาร์ค จี-ซอง แข้งรุ่นพี่ไปเรียบร้อย

จากชัยชนะนัดนี้ของสเปอร์ส ทำให้มีเพิ่มเป็น 23 คะแนน เท่ารองจ่าฝูงแมนฯ ยูไนเต็ด แต่ลูกได้เสียเป็นรอง ส่วน พาเลซ มีแค่ 4 แต้มเท่าเดิม จมบ๊วยต่อไป

ทั้งเก่งทั้งเฮง! “เรือใบ” เปิดรังอัด “ปืนใหญ่” 3-1 นำฝูงลิ่ว

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2017-18 นัดที่ 11 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูง เปิดสนามเอติฮัด สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ อาร์เซน่อล

ครึ่งแรกเกมเป็นไปอย่างสนุก แต่เจ้าถิ่นได้ประตูขึ้นนำก่อนนาที 19 จากการยิงด้วยซ้ายของ เควิน เดอ บรอยน์ ก่อนจบ 45 นาทีแรกไปด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังนาที 50 เรือใบสีฟ้ามาได้ประตูที่ 2 นาโช่ มอนเรอัล ไปฟาวล์ใส่ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ในเขตโทษ เซร์คิโอ อเกวโร่ สังหารจุดโทษบอลชนเสาเข้าประตูไป

นาที 65 อาร์เซน่อลตีไข่แตกไล่มา 1-2 อเล็กซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ หัวหอกตัวสำรองได้ซัดด้วยขวาในเขตโทษ บอลลอดขา เอแดร์สัน โมราเอส นายด่านเจ้าถิ่นตุงตาข่าย

นาที 74 สกอร์ขยับเป็น 3-1 ดาบิด ซิลบา ที่ยืนเหลื่อมล้ำหน้าแต่ผู้ตัดสินปล่อยให้เล่นต่อส่งบอลมาหน้าประตู กาเบรียล เชซุส กองหน้าตัวสำรองเข้าชาร์จไม่เหลือ

หมดเวลาการแข่งขัน แมนฯ ซิตี้ เปิดบ้านชนะ อาร์เซน่อล 3-1 เก็บเพิ่มเป็น 31 คะแนนนำจ่าฝูงต่อไป ส่วนปืนใหญ่รั้งอันดับ 6 มี 19 คะแนนเท่าเดิม

“โมราต้า” ฮีโร่! “สิงห์บลูส์” เฝ้าถ้ำเฉือน “ผีแดง” สุดระทึก 1-0

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2017-18 นัดที่ 11 แชมป์เก่า เชลซี เปิดสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รองจ่าฝูง

ครึ่งแรกทั้งสองทีมผลัดกันครองบอลบุกใส่กัน แม้จะมีโอกาสทำประตูแต่ก็ยังส่งบอลไปกองก้นตาข่ายไม่ได้ทั้งคู่ จบ 45 นาทีแรก ทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ 0-0

เปิดฉากครึ่งหลังเป็นเจ้าถิ่นเดินหน้าบุกใส่ทันที ก่อนประสบผลสำเร็จในนาที 55 เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า เปิดบอลเข้าเขตโทษ อัลบาโร่ โมราต้า ได้โขกย้อนเสาแรกเข้าไปชนิด ดาบิด เด เกอา นายด่านทีมเยือนได้แต่ยืนมอง

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมเปิดเกมแลกกันอย่างดุเดือด แต่ไม่มีสกอร์เพิ่ม หมดเวลาการแข่งขัน เชลซี ชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-0

เชลซีเก็บเพิ่มเป็น 22 นัด รั้งอันดับ 4 ตามหลังจ่าฝูงแมนฯ ซิตี้ 9 คะแนน ส่วนแมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ที่ 2 เหมือนเดิม มี 23 คะแนน

ดูชัดๆอีกที “ชุดขาว” โดนน้องใหม่ยิงดับแบบสุดช็อก

ไปดู กิโรน่า ทีมน้องใหม่ลา ลีก้า จากแคว้นกาตาลัน สร้างประวัติศาสตร์สโมสรได้สำเร็จ ด้วยการยิงแซงโคตรทีมอย่าง เรอัล มาดริด เมื่อคืนนี้

ในศึกฟุตบอลลา ลีก้า สเปน นัดที่ 10 คู่ระหว่าง กิโรน่า เปิดรังเอสตาดิ มูนิซิปัล เด มอนติลิบี รับการมาเยือนของ เรอัล มาดริด แชมป์เก่า

ผลการแข่งขันปรากฏว่า ทีมน้องใหม่ทำเซอร์ไพร์สด้วยการเก็บ 3 แต้มเหนือยักษ์ใหญ่จากเมืองหลวงได้สำเร็จ 2-1

โดย ราชันชุดขาว ได้ประตูขึ้นนำก่อนตั้งแต่นาทีที่ 11 จาก อิสโก้ แต่เจ้าถิ่นมาฮึดยิง 2 ประตูแซงในครึ่งหลังจาก คริสเตียน สตูอานี่ นาที 54 และ คริสเตียน ปอร์ตู นาที 58

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีสกอร์เพิ่ม ทำให้ กิโรน่า สร้างประวัติศาสตร์เอาชนะ เรอัล มาดริด ได้เป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่พบกัน แข่ง 10 นัดมี 12 แต้มขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 11 ส่วนราชันชุดขาวแข่ง 10 นัดมี 20 คะแนนรั้งอันดับ 3 เช่นเดิม และตามหลังบาร์เซโลน่า จ่าฝูงถึง 8 แต้ม

เกมส์คาสิโนยอดนิยมที่มียอดผู้เข้าเล่นมากที่สุด