คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวทั่วไป

เปิดขั้นตอนการขอลี้ภัย “อดีตพระพรหมเมธี”

ขั้นตอนการขอลี้ภัยของอดีตพระพรหมเมธี ต่อทางการเยอรมนี ถือเป็นอุปสรรคของคณะผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในการขอรับตัวกลับมาดำเนินคดีที่ไทย


ขั้นตอนการนำตัวอดีตพระพรหมเมธี จากประเทศเยอรมนี กลับมาดำเนินคดีที่ไทย ถือว่าไม่ใช่เรื่องง่าย หลังมีรายงานว่า คณะของ พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เดินทางไปประสานขอรับตัว ถูกทางการเยอรมนี ปฏิเสธไม่ให้พบอดีตพระพรหมเมธี ด้วยเหตุผลการคุ้มครองสิทธิและความปลอดภัย เนื่องจากอดีตพระผู้ใหญ่รูปนี้ ได้ยื่นขอสถานะเป็นผู้ลี้ภัย ซึ่งหลังจากนี้ ทางการเยอรมนี จะมีการสอบประวัติ และซักถามเกี่ยวกับสาเหตุที่ยื่นคำขอลี้ภัย

ส่วนสำนักงานกลางผู้ลี้ภัยของเยอรมนี มีหลักเกณฑ์การขอสถานะเป็นผู้ลี้ภัย ได้แก่

1.การขอลี้ภัยทางการเมือง / กรณีนี้ ผู้ยื่นคำร้อง ต้องถูกละเมิดเสรีภาพทางศาสนาทาง, การเมือง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ที่มีความร้ายแรง
2.การขอลี้ภัยในประเภทฐานะผู้ลี้ภัย เพราะถูกกลั่นแกล้งดำเนินคดี ถูกปฏิเสธการเข้าถึงความยุติธรรม ด้วยเหตุผลทางการเมือง, ศาสนา และเชื้อชาติ
3.การขอรับความคุ้มครองเพียงบางส่วน
4. การขอคุ้มครองเพื่อไม่ให้ส่งไปยังประเทศต้นทาง ที่ทางการเยอรมนี มีกรอบการพิจารณาถึงระบอบการปกครองของประเทศนั้นๆ

ขณะที่ไทย ไม่จัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่เป็นรัฐต้นทางที่มีความปลอดภัย (Safe States of Origin) ตามหลักเกณฑ์ของเยอรมนี ประกอบกับเยอรมนี ต้องปฏิบัติตามระเบียบ เกี่ยวกับผู้ลี้ภัยของสหภาพยุโรป และต้องปฏิบัติตามอนุสัญญาว่าด้วยผู้ลี้ภัย ที่เยอรมนี เป็นภาคีสมาชิก จึงเป็นไปได้ว่า คำร้องขอลี้ภัยของอดีตพระพรหมเมธี อาจได้รับการพิจารณา โดยคาดว่า เจ้าตัวจะยื่นคำขอลี้ภัยประเภท 1 หรือ 2

แต่หากคำขอลี้ภัยของอดีตพระพรหมเมธี ถูกปฏิเสธ เจ้าตัวยังมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ได้ โดยใช้เวลาพิจารณาประมาณ 2 เดือน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Mono      Golden-slotonline

‘ขยะ-น้ำดิบ’ ปัญหาใหญ่เกาะล้านที่ต้องเร่งหาทางแก้

   ขยะ-น้ำดิบ ปัญหาใหญ่เกาะล้านที่ต้องเร่งหาทางแก้ พบปริมาณนักท่องเที่ยวเกินการรองรับ กท.ท่องเที่ยวและกีฬา มอบหมาย ม.ศิลปากร ศึกษาการจัดทำโซนนิ่ง


เมื่อวันที่ (5 มิ.ย.) ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายอภิชาต วีรปาล รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานการประชุมการนำเสนอโครงการศึกษาเพื่อจัดทำโซนนิ่งและการกำหนดขีดความสามารถในการรองรับได้ของแหล่งท่องเที่ยวเกาะล้าน จ.ชลบุรี (Carrying Capacity)

ซึ่งเป็นโครงการที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สนับสนุนงบประมาณจำนวน 10 ล้านบาท มอบหมายให้มหาวิทยาลัยศิลปากร ทำการศึกษาในการจัดทำการสำรวจการจัดทำโซนนิ่งและแผนการรองรับนักท่องเที่ยวบน 5 เกาะหลักในประเทศ ได้แก่ เกาะล้าน เกาะเสม็ด เกาะกูด เกาะหมาก และเกาะช้าง หลังพบว่าปัจจุบันพื้นที่เกาะเหล่านี้ได้รับความนิยมอย่างมาก แต่มีปัญหาที่ตามมาที่ต้องติดตาม วางแผนและหาทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการรองรับการท่องเที่ยวที่เติบโตขึ้นในอนาคตอย่างรวดเร็ว

ผศ.ดร.ปนิตา วงศ์มหาดเล็ก หัวหน้าโครงการศึกษา เปิดเผยว่าสภาพเกาะเหล่านี้แต่เดิมเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางระบบนิเวศน์ แต่ด้วยความสวยงามทางธรรมชาติจึงมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบจากกลุ่มพื้นเพชาวบ้านที่ทำประมงชายฝั่งมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักจนเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วส่งผลให้เกิดปัญหาตามมาเป็นอย่างมาก

สำหรับพื้นที่เกาะล้านถือเป็นอีก 1 พื้นที่ที่ทางคณะได้ดำเนินการสำรวจและศึกษาตามแผนเนื่องจากปัจจุบันถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญเช่นกัน ซึ่งจากผลการตรวจสอบพบว่าเกาะล้านมีพื้นที่รวมกว่า 3,411 ไร่ มีชายหาด 8 แห่งรวมพื้นที่กว่า 368 ไร่หรือ 11 % ของพื้นที่โดยรวม ขณะที่สิ่งอำนวยความสะดวกนั้นจะมีโรง แรมที่พักจำนวนกว่า 1,567 ห้อง ท่าเรือ 2 แห่ง

ขณะที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาพักผ่อนเฉลี่ยวันละกว่า 9 พัน -1 หมื่นคนซึ่งถือว่ามีปริมาณมาก และไม่สอดคล้องกับพื้นที่รวมทั้งเนื่องจากการพัฒนาเป็นไปได้ยาก ด้วยพื้นที่มีความลาดชัน และมีจำนวนจำกัด โดยเฉพาะปัญหาเรื่องของกรรมสิทธิ์การครอบครองที่ดินที่พบว่ามีการถือครองโดยการจับจองแบบไม่มีกรรมสิทธิ์เป็นจำนวนมาก ทำให้การพัฒนาล่าช้าและการประกอบกิจการที่ถูก ต้องตามกฎหมายเป็นไปได้ยาก

ผศ.ดร.ปนิตา กล่าวต่อไปว่าสำหรับศักยภาพของเกาะล้านนั้น จากการสำรวจ ศึกษา วิเคราะห์และประเมินผลความเหมาะสมของจำนวนนักท่องเที่ยวควรจะอยู่ที่วันละ 6,410 คน แต่ปัจจุบันมีการหลั่งไหลเดิน ทางไปเป็นจำนวนมาก กรณีนี้ทำให้เกิดปัญหาใหญ่สำคัญที่ปัจจุบันยังไม่มีแนวทางแก้ไขที่ชัดเจนคือ ปัญหาเรื่องขยะ ซึ่งมีการขนมาจากฝั่งเฉลี่ยเกิดขึ้นวันละ 35 ตัน ทั้งๆที่ปริมาณที่สามารถรอรงรับได้เพียงวันละไม่เกิน 25 ตันเท่านั้นจึงทำให้เกิดปัญหาตกค้างของขยะกว่า 5 หมื่นตันที่ยังไร้แนวทางการแก้ไข และส่งผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและมลพิษในปัจจุบัน

ขณะที่ปัญหาน้ำดิบ เพื่อใช้ในการอุปโภค บริโภค ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ประสพอย่างหนัก เนื่องจากปัจจุบันการผลิตน้ำดำเนินการโดย East Water ซึ่งเฉลี่ยกำลังผลิตอยู่ที่ 1.3 ล้านลิตร/วัน แต่การใช้น้ำบนเกาะล้านจะอยู่ที่ 1.6 ล้านลิตรต่อวัน และจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.8 ล้านลิตรต่อวันเมื่อมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาพักผ่อนในช่วงวันหยุด

กรณีเหล่านี้เป็นสิ่งที่ภาครัฐหรือเมืองพัทยาต้องเร่งแก้ไขจัดการ หลังมีการส่งมอบผลการศึกษาอย่างเป็นทางการเพื่อนำไปใช้ในการแก้ไขและพัฒนาเพื่อให้เกาะล้านเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืน อาทิ การกำหนดมาตรการด้านการแก้ไขที่ชัดเจน หรือการเก็บค่าธรรมเนียมจากนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการเพื่อหารายได้มาใช้ในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะตามข้อเสนอ 13 ด้าน อาทิ

1.การจัดทำเครือข่ายถนนใหม่ ซึ่งพบว่ามีความเสี่ยงด้านความลาดชัน ปัญหาไฟแสงสว่าง และวัสดุที่ใช้
2.การวางแผนด้านระบบขนส่งมวลชน อาทิ รถสองแถว หรือรถจักรยานยนต์ที่ต้องเพียงพอ
3.การแก้ไขปัญหาเรื่องของกรรมสิทธิ์ที่ดินและการให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง เพื่อให้รัฐได้ประโยชน์อย่างเต็มที่
4.การแก้ไขปัญหาขยะ โดยการขนถ่ายขยะเดินกว่า 5 หมื่นตันไปกำจัดและแผนการรองรับขยะใหม่ที่มีประสิทธิภาพ
5.การออกค่า ธรรมเนียมแก่นักท่องเที่ยวที่ใช้ประโยชน์บนพื้นที่เกาะล้าน
6.การพัฒนาท่าเรือ ด้วยการเพิ่มหรือปรับปรุง เพื่อ ให้เกิดความคล่องตัว
7.การออกแบบอารยสถาปัตย์ที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ทุกกลุ่ม
8.การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติใต้ทะเลที่เสื่อมโทรมลง
9.การเพิ่มปริมาณน้ำดิบเพื่อให้เกิดความเพียงพอต่อความต้องการ
10.การปรับปรุงมาตรฐานด้านความปลอดภัย เพื่อลดความสูญเสียแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว
11.การวางแผนด้านการปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อให้เกิดมุมมองที่น่าสนใจ
12.การควบคุมมาตรการความปลอดภัยสำหรับกิจกรรมทางน้ำชนิดต่างๆ
13.การพัฒนาสาธารณูปโภคที่ต้องสอดคล้องกับปริมาณประชาชนและนักท่องเที่ยว

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Mthai

สาวเภสัช ใช้เวลาว่างหลังเลิกงานรับทำเค้กทุเรียน ขายผ่านเฟซบุ๊กรายได้ดี

   สาวเภสัชกรทำอาชีพเสริมใช้เวลาว่างหลังเลิกงาน รับทำเค้กทุเรียนหมอนทองตามใจลูกค้า ขายผ่านเฟซบุ๊กรายได้ดี


วันที่ 5 มิถุนายน 2561 ที่ 3 ม.1 ต.นาโต๊ะหมิง อ.เมือง จ.ตรัง ภญ.ศิริพร ใจเพียร อายุ 41 ปี กล่าวว่า ตนเองทำอาชีพหลักเป็นเภสัชกรประจำโรงพยาบาลตรัง ใช้เวลาหลังเลิกงานรับทำเค้กตามออเดอร์จากลูกค้าผ่านทางเฟซบุ๊ก ซึ่งในช่วงนี้ฤดูกาลผลไม้ทุเรียนมาแรง จึงตามใจลูกค้าที่อยากรับประทานทุเรียนแต่จะสั่งไปเป็นเค้กอวยพรวันเกิดให้ผู้ใหญ่ จึงคิดไอเดียใช้ทุเรียนหมอนทอง ทำเป็นเค้กและออกแบบให้เค้กออกมาเป็นเค้กทุเรียนได้อย่างลงตัว

โดยใช้ฝีมือตนเองทั้งหมด เน้นความประณีตทุกสัดส่วนของเค้ก ทั้งการใช้ครีมทำเป็นหนามและมีก้านซึ่งทำด้วยน้ำตาล และเนื้อทุเรียนประดับอยู่บนหน้าเค้ก สร้างความสวยงามและแปลกใหม่ อีกทั้งรสชาติอร่อย เนื้อทุเรียนหมอนทองผสมกับครีมเค้ก และแป้งที่แสนจะนุ่มลิ้น ได้ลองชิมแล้วจะติดใจ สร้างความประทับใจแก่ลูกค้า เป็นอย่างมาก

สำหรับการทำเค้กทุเรียน ขนาด 3 ปอนด์ จะใช้แป้งประมาณ 100 กรัม ผสมไข่ไก่ 4 ฟอง เนื้อทุเรียนประมาณ 200 กรัม ใช้น้ำมันรำข้าวนุ่มกว่าใช้เนย ใช้หัวกะทิแทนนม หลังจากนั้นใส่ไข่ กะทิ เกลือ น้ำตาล นำมาปั่นโดยใช้เวลาในการปั่น 5 นาที หลังจากนั้นใส่แป้งลงไปและตีให้เข้ากัน แล้วนำเข้าเตาอบ ประมาณ 35- 40 นาที และนำมาตกแต่งหน้าด้วยเนื้อทุเรียนล้วนๆ พร้อมวิปครีมตกแต่งมาทำเป็นเปลือกหนามทุเรียน รวมเนื้อเค้กมีทุเรียนหมอนทองถึง 2.5 กิโลกรัม

ซึ่งตอนนี้ราคาทุเรียนตกกิโลกรัมละ 120-140 บาท ใช้เวลาในการทำรวมตกแต่งหน้าเค้ก 3-4 ชั่วโมง รสชาติหอมกลิ่นทุเรียนหมอนทอง แป้งนุ่ม ทั้งนี้เค้กทุเรียน หากนำไปแช่ตู้เย็นจะอยู่ได้ประมาณ 3 วัน เนื่องจากไม่ใส่สารกันบูด และหากเก็บไว้นานจะทำให้รสชาติเค้กเปลี่ยนไม่อร่อย

ซึ่งเค้กทุเรียนขนาด 3 ปอนด์ รามราคาทุเรียนแล้วจะอยู่ที่ 750 บาท เนื่องจากช่วงนี้ทุเรียนมีราคาค่อนข้างสูง และการแต่งหน้าเค้กให้ออกมาในลักษณะทุเรียนต้องใช้ความประณีตเป็นอยากมากเพราะทำด้วยมือล้วนๆ ทั้งตัวซอสทุเรียน เนื้อเค้ก ตัวน้ำตาล วิปปิ้งครีม แต่งสีเองทั้งหมด

ในการทำแต่ละครั้งจะมีรายได้ 1,000-2,000 บาท ซึ่งทางร้านจะเน้นเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าว่าชอบอะไรไม่ชอบอะไรและวัตถุดิบสะอาดใหม่สด ไร้สารกันบูด ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยใช้แนวคิดที่ว่า “เราทานยังไงก็อยากให้ลูกค้าทานของดีเช่นเรา” หากลูกค้าสนใจสามารถสั่งจองผ่านทางเฟซบุ๊ก หรือทางเพจ”Cake-บ้านส้ม”

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Mthai

รวบแม่เล้า วัย 17 ปี ล่อลวงเด็กหญิงอายุ 14 ปี ค้าประเวณีเมืองพัทยา

   รองผู้การตำรวจท่องเที่ยวแถลงจับกุมแม่เล้าวัย 17 ปี ล่อลวงเด็กหญิง อายุ 14 ปี มาค้าประเวณีให้ชาวต่างชาติที่เมืองพัทยา


พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาคดีนี้ เป็นวัยรุ่นหญิงอายุ 17 ปี ติดต่อล่อลวงเด็กหญิง อายุ 14 ปี ด้วยการชักชวนให้มาเที่ยวที่พัทยา โดยชักชวนผ่านการสนทนาในกล่องข้อความสนทนาเฟซบุ๊ก ว่าจะพาทำงานหาเงินตามสถานบันเทิง แต่เมื่อไปถึงพัทยาเด็กหญิงอายุ 14 ปี กลับถูกพาไปส่งให้ชาวต่างชาติคนหนึ่งที่โรงแรม

ผู้เสียหายให้ข้อมูลตำรวจว่า หลังผู้ต้องหาพากลับที่พักได้อาศัยจังหวะที่วัยรุ่นหญิงที่ชักชวนมานอนหลับ จึงหลบหนีกลับบ้านที่อุบลราชธานี และโทรแจ้งเบาะแสการค้าประเวณี ผ่านสายด่วน 1191

หลังตำรวจรับแจ้งเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ได้ลงพื้นที่พัทยา สืบสวนหาเบาะแสผู้เกี่ยวข้อง กระทั่งควบคุมตัวชาวต่างชาติผู้กระทำชำเราเด็กหญิงได้ พร้อมช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ได้อีก 1 คน และผู้ค้าประเวณี 2 คน รวมถึงจับวัยรุ่นหญิงที่ล่อลวงเด็กหญิง ผู้เสียหายมาค้าประเวณีได้ด้วย

ทั้งหมดตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาตามฐานความผิดเป็นรายบุคคล ในข้อหาเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ เว้นแต่เด็กหญิง 2 คน ต้องเข้ารับการฟื้นฟูสภาพจิตใจ โดยไม่มีความผิดทางอาญา

ขอบคุณข้อมูลจาก : Mono

หนุ่มในรถเก๋งถูกตู้คอนเทนเนอร์ทับ พยายามปรับเบาะนอน รอดปาฏิหาริย์!

หนุ่มใหญ่ในรถฟอร์จูนเนอร์ ถูกรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ ทับแบนทั้งคัน พยายามปรับเบาะนอน รอดปาฏิหาริย์ บาดเจ็บเล็กน้อย

จากกรณีอุบัติเหตุรถพ่วง 18 ล้อ บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ เสียหลักพลิกตะแคงทับรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน xx-1695 สภาพแบนทั้งคัน จุดเกิดเหตุช่วงโค้งโรงเรียนวัดพลมณี มาจาก ถ.หลวงแพ่ง มุ่งหน้าทางคู่ขนานมอเตอร์เวย์ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (อ่านข่าว >> รถบรรทุก 18 ล้อ ทับรถเก๋งพังยับ คนเจ็บติดอยู่ด้านใน เร่งช่วยเหลือ)

ทั้งนี้ น.ส.กัญกร เอี่ยมสะอาด เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เข้าไปช่วยเหลือคนแรก เล่าเหตุการณ์ว่า ตนอยู่บนรถของมูลนิธิกำลังจะออกมาจากซอยโรงเรียนพอดี ระหว่างรอเลี้ยวก็มีรถจักรยานยนต์ และรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ คันดังกล่าวขับผ่านหน้าไปตามปกติ ขณะเดียวกันเห็นรถบรรทุกที่มาจากฝั่งตรงข้ามขับมาค่อนข้างเร็ว แล้วเสียหลักตรงช่วงโค้งหักศอก ทำให้รถพลิกตะแคงพร้อมกับตู้คอนเทนเนอร์ เสียงดังสนั่น

ตอนแรกตนไม่ทราบว่าทับรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ เพราะมองไม่เห็นรถเลย ฝุ่นตลบและนึกว่าขับเลยไปแล้ว จนกระทั่งได้ยินเสียงแตรเรียก เลยรีบวิ่งไปดูจึงเห็นว่ารถถูกทับจนแบน แต่ทำอะไรไม่ได้เลย คนขับยังพอถามตอบได้ บอกว่า ระหว่างที่ตู้ล้มทับ ตนพยายามปรับเบาะนอน และหันหน้าไปทางซ้าย แต่ตู้กดหลังคาลงมาทับบริเวณหน้าอก ทำให้หายใจไม่สะดวก รู้สึกแน่นหน้าออก ต้องใช้เวลานานเกือบ 2 ชั่วโมงกว่าจะพาออกมาได้อย่างปลอดภัย ส่วนรถแบนเหลือความสูงไม่ถึงเอว แต่ยังดีมีโครงเหล็กในห้องโดยสารช่วยค้ำไว้ อย่างไรก็ตามจุดดังกล่าวเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เนื่องจากเป็นช่วงโค้ง และทางแคบ

SO FIT SO Fun Run งาน วิ่งการกุศล สุดเอ็กซ์คลูซีฟ

ผ่านไปแล้วด้วยดีกับอีเวนต์ วิ่งการกุศล บรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ในงาน ‘SO FIT SO Fun Run’ งานดีๆ ที่บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ร่วมกับโรงแรมโซ โซฟิเทล แบงคอก เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ณ สวนลุมพินี

 

 

    งานนี้ได้รับความสนใจจากคนรักการวิ่งจำนวนมาก เพราะเป็นการร่วมมือกันกับสองแบรนด์ยักษ์ใหญ่ และยังได้ร่วมการกุศล โดยรายได้ที่ได้จากกิจกรรมนี้จะถูกนำไปบริจาคเพื่อสมทบทุนช่วยเหลือบ้านแกร์ด้า มูลนิธิสิทธิเด็ก และมูลนิธิแฮนด์ อะครอส เดอะ วอเตอร์ เพื่อสนับสนุนเด็กที่ขาดแคลนทั่วประเทศ และผู้เข้าแข่งขันยังได้รับเสื้อที่ระลึกจาก Under Armour บัตรกำนัลส่วนลดพิเศษที่ SO Spa และห้องอาหาร Red Oven อีกด้วย

นอกจากทุกคนจะได้วิ่งออกกำลังกันอย่างเต็มที่ ยังได้รับของที่ระลึกอื่นๆ อีกมากมายทั้งเสื้อ กระเป๋าเป้สะพายหลัง และเหรียญที่ระลึก พร้อมอิ่มหน่ำไปกับอาหารเช้าที่จัดให้อย่างเต็มที่ ผ่อนคลายไปกับบูธบริการนวดเท้า รวมทั้งได้ร่วมลุ้นรางวัลใหญ่หลายรางวัลหลังจากจบการแข่งขัน เช่น ตั๋วเครื่องบินไป–กลับ กรุงเทพฯ ภูเก็ต โดยสายการบินบางกอก แอร์เวย์ พร้อมรถยนต์ BMW ไว้ใช้งานตลอดการเดินทางในจังหวัดภูเก็ต จักรยาน BMW และนาฬิกาข้อมือ BMW Sport Ice Watch

 

 

และในครั้งนี้โปรแกรมสิทธิ์ประโยชน์ The Ultimate JOY Experience ไม่รอช้าจัดสิทธิพิเศษให้สมาชิกได้เข้าร่วมวิ่งทั้งระยะทาง 5 กิโลเมตร และ 10 กิโลเมตร พร้อมคุณคริสเตียน วิดมานน์ ประธานบริษัท บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย และผู้บริหารอีกหลายท่านแบบเป็นกันเอง เหมือนกับการได้มาพบเจอครอบครัว The Ultimate JOY Experience ที่มีไลฟสไตล์และความชอบคล้ายกัน ได้สังสรรค์และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ดีๆ ร่วมกัน ทำให้ทุกคนได้รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ กลับบ้านไปพร้อมความฟิตและเฟิร์ม!

สำหรับเจ้าของรถ BMW ที่อยากเข้าร่วมกิจกรรมสนุกๆ ทั้งในประเทศแบบนี้ หรือส่วนลดร้านอาหาร โรงแรม และความบันเทิงอื่นๆ รวมทั้งทริปสุดมันส์และสุดเอ็กซ์คลูซีฟหลากหลายรูปแบบ สามารถสมัครเป็นสมาชิก The Ultimate JOY Experience ฟรี

‘พุทธะอิสระ’ ปวดหลังต้องนั่งรถเข็น จับแยกขัง ลดการเผชิญหน้า ‘จตุพร’

    ‘พุทธะอิสระ’ ปวดหลัง เดินไม่ได้ ต้องนั่งรถเข็น – จับแยกขัง ลดการเผชิญหน้า ‘จตุพร’


    พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงการควบคุมตัว นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ อดีตพระพุทธะอิสระ ผู้ต้องหาคดีอั้งยี่ ซ่องโจร และปลอมพระปรมาภิไธย รวมถึงอดีตพระเถระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูป ผู้ต้องหาคดีทุจริตงบประมาณเผยแผ่พระพุทธศาสนา หรือคดีเงินทอนวัด ว่าได้รับรายงานจาก นายกฤช กระแสร์ทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้นำผู้ต้องขังทั้ง 6 ราย กระจายไปควบคุมยังแดนปกติในเรือนจำ เพื่อความเหมาะสมและเรียบร้อย

ทั้งนี้ อดีตพระพุทธะอิสระ มีอาการปวดหลัง เดินค่อนข้างไม่สะดวกต้องนั่งรถเข็น เนื่องจากเป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ซึ่งอาการดังกล่าวอยู่ระหว่างการประเมินว่าจะรักษาแบบใดเพื่อบรรเทาอาการ

ทั้งนี้ เรือนจำได้แยกผู้ต้องขังทั้ง 6 ราย จากแดนแรกรับไปคุมขังยังแดน 3 ,4 ,6 เพื่อลดการเผชิญหน้ากัน ของ อดีตพระพุทธะอิสระ และ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. และแยกอดีตพระเถระชั้นใหญ่ทั้ง 5 รูป กระจายไปคุมขังยังแดนต่างๆ เพื่อความเหมาะสม

ขอบคุณข้อมูลจาก : MThai   Golden-slotonline

เรือประมงโอด!! เดือดร้อนหนักน้ำมันราคาแพงจี้รัฐแก้ไขด่วน

    ผู้ประกอบการเรือประมงทุกชนิดโอดครวญ จากปัญหาน้ำมันราคาแพง จี้ให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหา

 


  เมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา นางจรรยา เกตุรัตน์ อายุ 51 ปี ผู้ประกอบการเรือประมงพาณิชย์รายหนึ่งในจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการเรือประมงทุกชนิด กำลังได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำมันราคาแพง ซึ่งมีการปรับราคาอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของเรือประมงพาณิชย์จะยิ่งเป็นการซ้ำเติมปัญหาจากความเดือดร้อนเดิมที่มีอยู่แล้ว ทั้งปัญหาความยุ่งยากเกี่ยวกับการจ้างแรงงาน ซึ่งเสี่ยงกับการทำผิดกฎหมายประมงต่างๆตลอดเวลา ไม่มีการยืดหยุ่น มาถึงเรื่องปัญหาน้ำมันแพง จะยิ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิตให้กับผู้ประกอบการขณะที่สัตว์น้ำก็หายาก และราคาลดลง

เนื่องจากมีการนำสัตว์น้ำทะเลจากประเทศเพื่อนบ้านมาจำหน่ายเพราะมีราคาถูกกว่า จึงอยากให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหา เพราะสร้างความเดือดร้อนให้กับเรือประมงทุกชนิด รวมทั้งเรือประมงชายฝั่ง โดยในวันนี้เรือประมงพาณิชย์ประเภทอวนล้อมจับจากทุกจังหวัดได้มีการนัดประชุมที่จังหวัดชุมพร เพื่อหารือในการนำเสนอรัฐบาลให้เร่งปัญหาต่างๆรวมทั้งปัญหาน้ำมันราคาแพงด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก : MThai

กสร. แจง นายจ้างย้ายที่ทำงาน ลูกจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและได้ค่าชดเชย

กสร. แจง นายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการกระทบการดำรงชีวิต ลูกจ้าง มีสิทธิบอกเลิกสัญญาและได้ค่าชดเชยพิเศษ ขณะที่ปี 61 วินิจฉัยให้ลูกจ้างได้รับค่าชดเชยพิเศษกว่า 8 ล้านบาท

 

 

นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ได้กำหนดให้ความคุ้มครองลูกจ้างในกรณีที่นายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการไปตั้ง ณ สถานที่อื่นอันมีผลกระทบสำคัญต่อการดำรงชีวิตตามปกติของ ลูกจ้าง หรือครอบครัว

โดยให้สิทธิลูกจ้างที่ไม่ประสงค์จะไปทำงานด้วย สามารถบอกเลิกสัญญาจ้างกับนายจ้างได้และมีสิทธิได้รับค่าชดเชยพิเศษ ไม่น้อยกว่าค่าชดเชยที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับกรณีที่ถูกเลิกจ้าง ในกรณีที่นายจ้างไม่ยอมจ่ายค่าชดเชยพิเศษ ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องให้คณะกรรมการสวัสดิการแรงงานพิจารณาวินิจฉัยในเรื่องสิทธิดังกล่าวได้

โดยในปีงบประมาณ 2561 คณะกรรมการฯ ได้รับคำร้องและวินิจฉัยให้ลูกจ้างได้รับค่าชดเชยพิเศษไปแล้ว จำนวน 18 ราย รวมเป็นเงิน 8,070,960 บาท

อธิบดีกสร. กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานได้กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการย้ายสถานประกอบกิจการขึ้นก็เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าว อย่างไรก็ตามกฎหมายได้กำหนดเงื่อนไขและขั้นตอนการดำเนินการตามกฎหมายไว้ เช่น การกำหนดระยะเวลาให้นายจ้างแจ้งแก่ลูกจ้างล่วงหน้าก่อนการย้ายสถานประกอบกิจการ กำหนดระยะเวลาบอกเลิกสัญญาของลูกจ้าง เป็นต้น

จึงขอให้นายจ้าง ลูกจ้างทำความเข้าใจหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติตามกฎหมายให้ชัดเจนเพื่อประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 ถึง 10 สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด หรือหมายเลขโทรศัพท์สายด่วน 1506

กองปราบค้นวัดดัง เกี่ยวข้องทุจริตเงินทอนวัด นิมนต์พระสอบปากคำ

ผบช.ก.สั่งกองปราบค้นวัดดัง เกี่ยวข้องทุจริตเงินทอนวัด นิมนต์สอบปากคำกองปราบปราม

 

 

   เมื่อเวลา 06.30 น. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) สั่งการให้พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการปราบปราม นำกำลังตำรวจกองปราบปราม และคอมมอนโดและหมายศาลเข้าตรวจค้นวัดชื่อดังที่มีส่วนเกี่ยวข้องคดีทุจริตเงินทอนวัด ประกอบด้วยวัดสามพระยา,

วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร, วัดสัมพันธวงศาราม และวัดอ้อน้อย จว.นครปฐม และกำลังสอบปากคำพระชั้นผู้ใหญ่ ก่อนจะนิมนต์มาที่กองปราบปราม

มีรายงานว่า ที่วัดสามพระยา เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม นิมนต์ พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยา เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และกรรมการมหาเถรสมาคม กับพระลูกวัด ไปสอบสวนที่กองปราบปราม

นอกจากนี้ กำลังส่วนหนึ่งเดินทางไปที่วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม นิมนต์หลวงปู่พุทธอิสระ ไปสอบคำให้การที่กองปราบปรามด้วยเช่นเดียวกัน