เรื่องทั้งหมดโดย beri85

สยอง! พ่อคลั่งปาดคอลูกน้อยวัย 5 ขวบดับ ก่อนทำร้ายตัวเองเจ็บ พูดวกวนไม่มีเงิน

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลาประมาณ 04.50 น. ที่ผ่านมา (24 ส.ค. 2561) เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ประเวศ ได้รับแจ้งว่ามีเด็กชายวัย 5 ขวบถูกฆ่าปาดคอนอนเสียชีวิตอยู่หน้าปั๊มแห่งหนึ่ง บนถนนพัฒนาการ จึงนำกำลังเข้าไปตรวจสอบ และพบว่า ผู้ตายเป็นเด็กชายนอนเสียชีวิตอยู่ที่บริเวณดังกล่าว โดยที่บริเวณลำคอมีบาดแผลถูกกรีดเป็นรอยลึกยาว และใกล้ๆ กันมีขวดเบียร์ที่ถูกทุบแตกตกอยู่ด้วย

ส่วนผู้ก่อเหตุนั้นเป็นพ่อแท้ๆ ที่นั่งอยู่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ ในสภาพคลุ้มคลั่ง เนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือด หลังจากเขาได้พยายามทำร้ายตัวเองด้วยการปาดคอเช่นกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้คุมตัวไว้เพื่อไปสอบสวน เบื้องต้นผู้ก่อเหตุยังให้การวกวน เพราะมีอาการคล้ายคนเมา แถมพูดอยู่ประโยคเดียวว่า ไม่มีเงิน ไม่มีเงิน

ตำรวจจึงนำตัวส่งโรงพยาบาลศิรินทรเพื่อให้อาการเมาทุเลาลง จากนั้นค่อนนำตัวมาสอบสวนอีกครั้ง ส่วนร่างของน้องที่เสียชีวิตนั้น ตำรวจได้ส่งไปยังสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อชันสูตรต่อไป

ผักปลอดสารพิษ

ชาวสมุยแห่ต้อนรับ นักกีฬาจักรยานเสือภูเขาหญิง คนแรกของประเทศไทย

ภายในสนามบินเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายณัฐวุทธิ์ แก้วมีศรี รองนายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย พร้อมด้วยนางสาวฐิติยาพร กระสิน ผู้จัดการชุมชนสัมพันธ์ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และกรรมการชุมชนบ้านบางรักษ์ ได้ให้การต้อนรับ นางสาวนาตาลี ปัญญาวัน อายุ 20 ปี นักปั่นสาวไทยคว้าเหรียญทองแดง เพิ่มให้ทัพนักกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ไทย จากประเภทครอสคันทรีหญิง ระยะทาง 22.5 กิโลเมตร ภายในสนามบินบริเวณจุดต้อนรับพิเศษชาวเกาะสมุย

ทั้งนี้ นางสาวนาตาลี ปัญญาวัน ได้เดินทางมาพร้อมกับ นายสะอาด ปัญญาวัน พ่อซึ่งเป็นอดีตนักกีฬาทีมชาติไทยประเภทวินเซิร์ฟ และเป็นเจ้าของเหรียญเงินสองสมัย จากการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ และยังเป็นเจ้าของเหรียญทอง 5 สมัย จากการแข่งขันเซาท์อีสเอเชียนเกมส์ ได้เดินทางไปร่วมดูแลลูกสาวอย่างใกล้ชิด โดยชาวเกาะสมุยและเพื่อนๆ ได้ตั้งแถวถือป้ายต้อนรับพร้อมมอบดอกกุหลาบให้ ทำให้นักปั่นเหรียญทองแดงสุดดีใจ ปลาบปลื้มในการให้การต้อนรับในครั้งนี้

การคว้าเหรียญทองแดง ชนะจักรยานเสือภูเขา รุ่นอีริดวู่เงแมน โดยชัยชนะอันดับสามเหรียญทองแดง ซึ่งเป็นเหรียญทองแดงประเภทครอสคันทรีหญิง ระยะทาง 22.5 กิโลเมตร เหรียญแรกของประเทศไทย ที่ไม่เคยมีนักกีฬาหญิงของประเทศไทยทำได้ ทำให้ชาวเกาะสมุยมีความภาคภูมิใจกับเหรียญทองแดงเหรียญนี้อย่างมาก

สำหรับการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ที่เมืองซูบัง ประเทศอินโดนีเซีย นางสาวนาตาลี ปัญญาวัน นักปั่นสาวไทยคว้าเหรียญทองแดง เพิ่มให้ทัพนักกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ของประเทศไทย จากประเภทครอสคันทรีหญิง ระยะทาง 22.5 กม. ที่เมืองซูบัง ประเทศอินโดนีเซีย นางสาวนาตาลี ปั่นเข้ามาเป็นอันดับ 3 ทำเวลา 1.25.17 ชั่วโมง ขณะที่เหรียญทอง ตกเป็นของเหยา เปียนหวา จากจีน ทำเวลา 1.20.17 ชั่วโมง และเหรียญเงินเป็นของ หลี่ หงเฟิง จากจีน 1.24.56 ชั่วโมง ซึ่งคู่แข่งของนาวสาวนาตาลี หลายประเทศมีความแข็งแกร่งกว่า แต่ด้วยความมุ่งมั่นทำให้คว้าชัยได้ในครั้งนี้
ด้าน นางสาวนาตาลี เจ้าของเหรียญทองแดง กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจมากที่สามารถคว้าเหรียญทองแดงมาครองได้ ซึ่งเป็นอะไรที่ไม่คาดคิด เพราะรู้ว่าตัวเองเป็นรองนักกีฬาชาติอื่นที่ส่วนใหญ่เป็นรุ่นพี่ และด้วยอายุที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้ลงแข่งขันในกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ถึงตอนนี้ตนเองก็ยังตื่นเต้นผสมกับดีใจที่สามารถนำเหรียญทองมาให้ประเทศไทย และคนเกาะสมุย การคว้าเหรียญทองแดงมาครองได้ตนเองได้มีการวางแผนการแข่งขันร่วมกับทีม และทำตามแผนที่ได้วางไว้ ที่สำคัญต้องขอขอบคุณชาวไทยทุกคนที่ได้ส่งแรงใจไปเชียร์ และส่วนหนึ่งที่สามารถคว้าเหรียญมาได้เกิดจากกำลังใจที่ทุกคนส่งให้ พร้อมขอบคุณพ่อ แม่ ขอบคุณโค๊ช รวมถึงชาวเกาะสมุยทุกคนที่ร่วมส่งแรงเชียร์ ทำให้ตนเองประสบความสำเร็จ พร้อมเตรียมวางแผนที่จะแข่งขันจักรยานเสือภูเขาระดับโลกต่อไป

ขณะที่ นางดารุณี ปัญญาวัน อายุ 48 ปี แม่ของนางสาวนาตาลี ปัญญาวัน ได้กล่าวว่า ครั้งแรกที่รู้ว่าลูกสาวสามารถคว้าเหรียญทองแดงจักรยานเสือภูเขามาได้ รู้สึกตกใจและดีใจอย่างมาก เพราะการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ประเภทนี้ลูกสาวต้องแข่งขันกันนักกีฬาประเทศต่างๆ ที่มีขีดความสามารถที่สูง แต่ลูกสาวก็สามารถคว้าเหรียญทองแดงมาให้ประเทศไทยได้สำเร็จเป็นครั้งแรก

อย่างไรก็ตาม นายณัฐวุทธิ์ แก้วมีศรี รองนายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนชาวเกาะสมุยขอชื่นชมครอบครัวของนางสาวนาตาลี ปัญญาวัน ที่ได้เลี้ยงดูลูกและส่งเสริมให้เล่นกีฬาจนสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย และเกาะสมุย สำหรับเกาะสมุยเหรียญทองแดงที่นำกลับมาให้ชาวเกาะสมุยชื่นชมนั้น จะเป็นความทรงจำที่ดีของชาวเกาะสมุยที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย จึงมีความรู้สึกภาคภูมิใจอย่างมากกับเหรียญทองแดง เอเชี่ยนเกมส์ทีได้ครั้งนี้

คนกรุงมีเฮ! กฟน.ฉลอง 60 ปี วาง 3 เป้า ปั้นกรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งอนาคต Smart Metro มหานครไร้สาย

ผ่านไปสดๆ ร้อนๆ กับงานแซยิดของ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ที่ไม่เคยหยุดพัฒนาการบริการ เพื่อชาวกรุงเทพฯ และในปีนี้กฟน. วางแผนที่จะก้าวสู่ปีที่ 61 อย่างมั่นคง ซึ่งพ่อใหญ่อย่าง นายชัยยงค์ พัวพงศกร ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ได้เล่าให้เราฟังถึงเป้าหมายสำคัญ 3 อย่างที่จะผลักดันกรุงเทพฯ ให้เป็น เมืองแห่งอนาคต ที่แท้จริง

ผ่านไปสดๆ ร้อนๆ กับงานแซยิดของ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ที่ไม่เคยหยุดพัฒนาการบริการ เพื่อชาวกรุงเทพฯ และในปีนี้กฟน. วางแผนที่จะก้าวสู่ปีที่ 61 อย่างมั่นคง ซึ่งพ่อใหญ่อย่าง นายชัยยงค์ พัวพงศกร ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ได้เล่าให้เราฟังถึงเป้าหมายสำคัญ 3 อย่างที่จะผลักดันกรุงเทพฯ ให้เป็น เมืองแห่งอนาคต ที่แท้จริง ได้แก่ นำสายไฟฟ้าลงใต้ดินสร้าง Smart Metro มหานครไร้สาย / ส่งเสริมการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า / พัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าด้วยนวัตกรรมล้ำสมัย

Smart Metro มหานครไร้สาย
มหานครไร้สาย ไม่ใช่เมืองที่คนจะเดินถือแต่โทรศัพท์ไปมาหรอกนะ แต่เป็นโครงการที่จะเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินทั้งหมด ในพื้นที่สําคัญทางเศรษฐกิจ รวมถึงได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยกันจัดระเบียบสายสื่อสารที่พาดอยู่บนเสาด้วย ตอนนี้เวลาขึ้นสะพานลอยก็ไม่ต้องเสี่ยงสะดุดสายสื่อสารตกบันไดอีกต่อไป คราวนี้ก็เตรียมเฮได้เลย เพราะโครงการนี้เสร็จไปแล้ว 45.6 กิโลเมตร และกำลังดําเนินการอย่างต่อเนื่องอีก 169 กิโลเมตร ซึ่งคาดว่าจะเสร็จในอีก 3 ปีข้างหน้า หรือ ภายในปี 2564 เราก็จะได้เห็น Smart Metro มหานครไร้สาย อย่างเป็นรูปเป็นร่างแล้ว

รถยนต์ไฟฟ้า มาหานะเธอ
เพื่อให้กรุงเทพฯ ก้าวเป็น เมืองแห่งอนาคต ที่เริ่มมีการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น กฟน. จึงเตรียมตัวเป็นผู้นําในการจัดการระบบให้บริการที่เกี่ยวกับรถยนต์ ไฟฟ้า เช่น เพิ่มสถานีอัดประจุไฟฟ้า พร้อมทั้งให้บริการแอปพลิเคชัน MEA EV เพื่อให้ผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าตรวจสอบสถานีอัดประจุไฟฟ้า จองหัวชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจ ส่งเสริมให้เกิดการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น งานนี้ กฟน. พร้อมร่วมจับมือกับทุกภาคส่วน ช่วยกันผลักดันให้คนไทยหันมาใช้งานรถยนต์ไฟฟ้ากันเพิ่มมากขึ้น สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐ ซึ่งโครงการนี้ตั้งเป้าหมายไว้ไม่น้อยเลย ถึง 1.2 ล้านคัน ภายในปี พ.ศ. 2579

พัฒนาระบบด้วยนวัตกรรมสุดคูล
ยังไม่หมด! เพราะเมืองแห่งอนาคต ต้องมีระบบไฟฟ้าที่มั่นคงและยั่งยืน กฟน. จึงไม่หยุดยกระดับคุณภาพงานบริการผ่านช่องทางออนไลน์ อย่างแอปฯ MEA Smart Life ที่มียอดดาวน์โหลดมากกว่า 1 ล้านครั้ง โดยมีฟังก์ซั่นเจ๋งๆ สุดคูล ดังนี้

ยื่นเรื่องขอใช้ไฟฟ้าออนไลน์
ตรวจสอบ และชำระค่าไฟฟ้า ผ่านบัตรเครดิต / Internet Banking / BluePay Wallet / เคาน์เตอร์เซอร์วิสได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
แจ้งไฟฟ้าขัดข้องเพียง 2 คลิก เพราะรองรับด้วยระบบ Field Force Management (FFM) สามารถแก้ไขไฟฟ้าขัดข้องได้อย่างรวดเร็วและแม่นยํา
แสดงประวัติการใช้ไฟฟ้า ย้อนหลัง 6 เดือนในรูปแบบกราฟที่ดูง่ายไม่ซับซ้อน
แสดงสถานที่ชําระค่าไฟฟ้าและข้อมูลติดต่อสาธารณะเพื่ออํานวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ไฟฟ้า

นอกจากนี้ กฟน. กําลังพัฒนาระบบแจ้งประกาศดับไฟ 1 ต่อ 1 เพื่อเพิ่มเติมประสิทธิภาพการแจ้งข้อมูลตรงเป้าหมายเฉพาะบุคคลอีกด้วย

พอไล่เรียง 3 เป้าหมายของ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ที่กำลังเปลี่ยนกรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งอนาคต Smart Metro เริ่มอยากเห็นแล้วละสิว่า มหานครของเราจะออกมาหน้าตาเป็นอย่างไร?

อีกไม่นานแล้วที่เราจะได้ใช้ชีวิตแบบชิคๆ คูลๆ ในเมืองแห่งอนาคต

จับได้แล้ว! โจรขโมยของไปช่วยตัวเองไปด้วย รับมีอารมณ์พอดี

วันที่ 23 ส.ค. 61 พ.ต.อ.วิวัฒน์ อัศวะวิบูลย์ ผกก.สภ.ธัญบุรี พร้อมกำลังชุดสืบสวนร่วมกันจับกุมตัว นายจักรา เพ็ขร์แสง หรือ ใหญ่ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 151 หมู่ 3 ต.โคกสำโรง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี พร้อมด้วยของกลางกระเป๋าสะพายแบบหลัง สีน้ำตาลจำนวน 1 ใบ รถจักรยาน สีทอง จำนวน 1 คัน และพระเครื่องจำนวนหนึ่ง ในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ซึ่งจับกุมได้ที่หน้าวัดมูลจินดาราม อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

 

 

ทั้งนี้ พ.ต.อ.วิวัฒน์ เผยว่า จากกรณีที่กลางดึกวันที่ 21 ส.ค. ที่ผ่านมา ได้มีคนร้ายเข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์ข้าวของที่ร้านขายอาหารไปหลายรายการ ส่วนใหญ่เป็นวัตถุมงคล โดยที่เกิดเหตุเป็นร้านค้าหน้าหมู่บ้านแพรมาพร ถนนรังสิต-นครนายกขาออก ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ซึ่งกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้ขณะคนร้ายก่อเหตุได้ช่วยตัวเองตลอดเวลา หลังเกิดเหตุได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งจับกุมคนร้ายกระทั่งจับกุมตัวไว้ได้ ซึ่งจะมีการนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ

ด้าน นายจักรา ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ เผยตนพึงออกจากเรือนจำมาได้ประมาณ 4-5 เดือน และไม่มีงานทำ จึงได้ตระเวณออกลักทรัพย์สินที่หยิบง่ายขายง่าย เพื่อเอาเงินมาประทังชีวิต โดยวันที่เกิดเหตุเข้าไปขโมยของในร้านค้าแถวหมู่บ้านแพมาพร แล้วเกิดมีอารมณ์ จึงได้ช่วยตัวเอง หลังจากได้ทรัพย์สินแล้วก็จะนำไปขาย ได้เงิน 100-200 บาท ก็อยู่ได้แล้ว ส่วนเสื้อผ้าชุดที่ใส่ไปในวันก่อเหตุตนทิ้งไปแล้ว โดยไปเอาชุดที่หน้าหีบศพภายในวัดเวลามีคนตายแล้วญาตินำมาวางใส่พานมาสวมใส่หางมีกลิ่นก็จะทิ้งไป

Golden-slotonline

หอการค้าจัดแข่ง PES 2018 นัดแรก หลังเปิดหลักสูตรธุรกิจเกมและอีสปอร์ต

ในยุค 4.0 การพัฒนาคอนเทนต์ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่หลายประเทศชั้นนำในโลกล้วนให้ความสำคัญ อุตสาหกรรมเกมถือได้ว่าสร้างมูลค่าการเติบโตทางเศรษฐกิจและเป็นการส่งออกทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อตอบรับการเติบโตอุตสาหกรรมเกมในระดับภูมิภาค การพัฒนาด้านบุคลากรนอกจากจะเพิ่มขีดความสามารถของประเทศแล้ว ยังเป็นการเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับเยาวชนในการใช้เทคโนโลยีไปในทางที่สร้างสรรค์

ทั้งนี้มูลค่าการเติบโตของตลาดเกมในประเทศไทยปี 2559 อยู่ที่ 8.7 พันล้านบาท และเติบโตอย่างต่อเนื่องใน ปี 2560 ที่ 10.3 พันล้านบาท ดังนั้น มหาวิทยาลัยจึงเล็งเห็นความสำคัญการสร้างบุคคลากรพร้อมทั้งมาตรฐาน จึงได้ก่อตั้งหลักสูตร “ธุรกิจเกมและ eSports” เพื่อรองรับการเติบโตของตลาด ซึ่งปัจจุบันกำลังขาดแคลนบุคคลากรเป็นจำนวนมาก

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยให้การสนับสนุนวงการอีสปอร์ตมาอย่างต่อเนื่อง ได้เปิดหลักสูตร พัฒนาหลักสูตร ‘ธุรกิจเกมและ eSports” คณะบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาธุรกิจเกมส์ และอีสปอร์ต ซึ่งเป็นหลักสูตรแรกในประเทศไทยที่เน้นการเรียนบริหารธุรกิจด้านเกมโดยเฉพาะ

ทั้งนี้เป็นการศึกษาตลาดเกมในระดับโลก เทคโนโลยีในการพัฒนาเกม การบริหารการจัดการทรัพย์สินทางปัญญา และนำมาบูรณาการร่วมกับการบริหารธุรกิจ ซึ่งผู้เรียนสามารถนำความรู้ และทักษะการเป็นผู้ประกอบการไปทำธุรกิจได้จริง เช่น นักวางแผนธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเกมนักวางแผนเกม ผู้จัดการแข่งขัน ผู้จัดการทีม ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการเกม รวมถึงสตาร์ทอัพด้านเกม เป็นต้น

ล่าสุดมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยจับมือ MS Cerberus วันที่ 24 สิงหาคม 2561 จัดกิจกรรมการแข่งขันท้าดวล PES 2018 (Pro Evolution Soccer) ณ อาคาร 24 ชั้น 1 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กับเหล่านักศึกษาพร้อมเงินรางวัลรวม 50,000 บาท ภายใต้โครงการ PES 2018 with MS Cerberus UTCC challenge ซึ่ง MS Cerberus นับเป็นทีม PES (Pro Evolution Soccer) อาชีพทีมแรกของประเทศไทย

นำโดย บอส-รุจิกร แต้วัฒนาสกุล อดีตแชมป์ PES เอเชียปี 2015 และตัวแทนไปชิงแชมป์โลก ที่เบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน, หนึ่ง-ชริน จันทร์กูล แชมป์ประเทศไทย 2 สมัย (2009, 2016), อาร์ม-วรวิช อนันตรักษ์ แชมป์ประเทศไทยปี 2015, ปัด-ปฏิวัติ อเดโช รองแชมป์ประเทศไทยปี 2018,โชกุน-ณรฤทธิ์ บรรณธนเศรษฐ์ ดาวรุ่งดวงใหม่แห่งวงการ PES ไทย แชมป์ประเพณีไทยเวียดนามและแชมป์ภาคเหนือ, กร-ฉัตรพล คงอุดม รองแชมป์ภาคเหนือ, อ๊ะ – ณัฐวุฒิ ไตรประวัติ รองแชมป์ประเทศพม่า ปี 2018, และฟร้อง-จิรายุ แต้วัฒนาสกุล แชมป์นครสวรรค์

ซึ่งนักกีฬา PES จากทีม MS Cerberus ทั้ง 11 คน พร้อมเปิดเครื่องเกมเพื่อดวลกับนักศึกษาและผู้สนใจทุกคน ในเกม PES ที่เพิ่งได้รับการบรรจุให้เป็นหนึ่งในกีฬาในศึกเอเชียน เกมส์ 2018 ประเทศอินโดนีเซีย หากผู้ท้าชิงชนะ รับเงินรางวัล 1,000 บาท รวมมูลค่าเงินรางวัลทั้งหมด 50,000 บาท

ดร.พีรพงษ์ ฟูศิริ คณบดีคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า “ในการจัดกิจกรรมการแข่งขันครั้งนี้ คือเราจะจัดการแข่งขันให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนได้เห็นถึงการแข่งขันแบบอีสอปอร์ตและเกมส์ที่เรานำมาใช้ในการแข่งขันนั้นก็คือเกมส์ พีอีเอส2018 หรือที่เรารู้จักกันคือเกมส์ที่คล้ายๆ กับเกมส์วินนิ่งในอดีต เพราะเราคิดว่าเกมส์นี้มีความเป็นสปอร์ตมากกว่าเกมส์อื่นๆ

โดยพื้นฐานของเกมส์นี้มันคือเกมส์ฟุตบอลเหมือนกันกับกีฬาฟุตบอลจริงๆ ถึงแม้เกมส์อื่นๆ จะมีความฮิต ได้รับความนิยมมากก็จริง แต่ในเชิงเนื้อหาเกมส์นั้นยังไม่มีความเป็นกีฬามากเท่ากับเกมส์นี้ และเกมส์นี้ก็ได้ถูกจัดไว้ให้เป็นเกมส์ที่ใช้ในการแข่งขันอีสปอร์ตในระดับโอลิมปิกในอนาคตอีกด้วย”

อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมปักธงแดงเตือนนักท่องเที่ยวห้ามลงเล่นน้ำ

วันที่ 23 สิงหาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานที่บริเวณอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ทางด้านนายณรงค์ คงเอียด หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ได้ประกาศเตือนภัยแก่นักท่องเที่ยวซึ่งจะความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง ทางอุทยานฯได้ประชาสัมพันธ์เตือนนักท่องเที่ยวอยู่ทุกวัน และได้จัดทำเครื่องหมายบริเวณชายหาด

 

 

โดยการปักธงแดงเตือนภัยตลอดแนวชายหาดเจ้าไหม หาดยาว และหาดปากเมง ตลอดแนวชายฝั่ง ห้ามประชาชนและนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำทะเลรวมถึงทำกิจกรรมชายหาด ซึ่งสามารถติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่อุทยานฯก่อนที่จะทำกิจกรรมบนชายหาดก่อนทุกครั้ง เนื่องจากคลื่นลมแรงสูง 2-3 เมตร และมีฝนตกต่อเนื่องในในพื้นที่จังหวัดตรัง

ขณะที่นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้ออกประกาศเตือนประชาชน จากกรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดหมายลักษณะอากาศในช่วงวันที่ 22-27 สิงหาคม 2561 ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งโดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสมต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากน้ำล้นตลิ่งและดินโคลนถล่มเอาไว้ด้วยส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงของวันที่ 23-27 สิงหาคม 2561 เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยวาตภัยและดินถล่มอันเนื่องมาจากฝนตกหนัก ฝนตกสะสมและคลื่นลมแรง ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ร่างกายของประชาชนในพื้นที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

จึงขอให้อำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยบริเวณที่ราบเชิงเขา ที่ราบต่ำริมชายฝั่งทะเลทราบโดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัยของพื้นที่และบริเวณที่เคยเกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม รับมือการเกิดอุทกภัยการปฏิบัติตนเมื่อเกิดอุทกภัยอีกทางหนึ่ง

ปภ.สตูล ออกประกาศเตือนอำเภอควนโดนเสี่ยงน้ำท่วม หลังฝนตกหนัก

วันที่ 23 สิงหาคม 2561 กรมอุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันตก ประกาศฉบับที่ 7 เรื่องคลื่นลมแรงและฝนตกหนัก เนื่องจากตั้งแต่วันที่ 22 – 23 สิงหาคม 2561 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันตอนบนและภาคใต้ฝั่งตะวันตกยังคงมีกำลังค่อนข้างแรงทำให้พื้นที่จังหวัดระนอง ภูเก็ต กระบี่ ตรังและ จังหวัดสตูลมีฝนตกหนักและคลื่นสูงถึง 2 เมตร

ทำให้บรรยากาศทั้งจังหวัดสตูลรับผลกระทบทำให้ฝนตกหนัก ล่าสุดเมื่อเวลา 16.00 น.ที่ผ่านมา นางสาวสุนารี บุญชุบ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสตูล เปิดเผยว่า ขณะนี้มวลน้ำใหญ่ในพื้นที่ฝ่ายดุสนที่เป็นชลประทานรายงานว่า มวลน้ำฝนและน้ำป่าจากภูเขาไหลสมทบกับเป็นมวลน้ำก้อนใหญ่ที่กำลังไหลผ่านฝ่ายดุสน ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอกาหลง จังหวัดสตูล และทำให้พื้นปลายน้ำที่เป็นพื้นที่หมู่บ้าน เสี่ยงที่จะโดนเรื่องน้ำท่วมอย่างมาก

จึงประกาศให้ประชาชน ที่มีบ้านเรือนต้องเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมงเป็นการด่วน และนอกจากนี้พื้นที่อำเภอควนโดนที่ต้องเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมงแล้ว อำเภอละงู และอำเภอควนกาหลงบางจุดน้ำป่าไหลเข้าท่วมแล้วเช่นกัน ทั้งนี้ปภ.จ.สตูลสรุปภสพรวมตามที่ได้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ เมื่อ 22 – 23 สค.61 จังหวัดสตูล มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมไหลหลาก ดังนี้

1.อ.ควนกาหลง – ต.ควนกาหลง คือ บ้านคลองบูโล๊ะ ม.7 (น้ำลดเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว) – ต.อุใดเจริญ บ้านผัง 1,2 ม.1 /บ้านอุใดเหนือ ม.6(น้ำลดเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว) – ต.ทุ่งนุ้ย บ้านโตน ม.5 น้ำในคลองสูงเกินระดับ 4 ม.อาจส่งผลกระทบกับกลางน้ำ/ปลายน้ำของคลองดุสน อำเภอและ อบต. ได้เข้าไปดูแลช่วยเหลือตามอำนาจหน้าที่แล้ว

2.อ.ละงู – ม4 บ้านควนใหญ่ ม7 บ้านโกตา ม9 บ้านป่าขวาง ตำบลกำแพง สถานการณ์ปัจจุบันน้ำเริ่มลด คาดว่าจะสู่ภาวะปกติ

กรมชลฯ เตรียมพร้อมพื้นที่แก้มลิงบางระกำโมเดล 382,000 ไร่ รับน้ำหลากปี 61

วันที่ 23 สิงหาคม 2561 พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่บ้านแม่ระหัน ตำบลบ้านกร่าง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เพื่อมอบนโยบายการบริหารจัดการน้ำเตรียมรับสถานการณ์น้ำหลาก และพบปะเกษตรกรในโครงการบางระกำโมเดล โดยมี นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย ผู้แทนฝ่ายปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนฝ่ายความมั่นคง ผู้แทนจากภาคส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำ และชาวบ้านในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับ

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า จากความสำเร็จของการปรับปฏิทินการเพาะปลูกข้าวนาปี ในพื้นที่ลุ่มต่ำ หรือ โครงการบางระกำโมเดล 60 เพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นซ้ำซากในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยและจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นนโยบายของ พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ที่ในขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กองทัพภาคที่ 3 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กรมทางหลวง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มต่ำบางระกำ

ได้ปรับปฏิทินการเพาะปลูกข้าวนาปี ในพื้นที่ลุ่มต่ำเขตชลประทานให้เร็วขึ้น พื้นที่กว่า 265,000 ไร่ เพื่อใช้เป็นพื้นที่รองรับน้ำหลากในช่วงวิกฤติของแม่น้ำยม ลดผลกระทบจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นในเขตชุมชนและสถานที่ราชการจังหวัดสุโขทัย ในปี 2560 ที่ผ่านมา สามารถชะลอการระบายน้ำ ลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพื้นที่ลุ่มต่ำลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ได้สูงสุดประมาณ 400 ล้านลูกบาศก์เมตร

ประหยัดงบประมาณภาครัฐในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติด้านเกษตร ซึ่งในปี 2560 มีพื้นที่เสียหายเพียง 10,400 ไร่ จากทุกปีที่มีความเสียหายกว่า 100,000 ไร่ ส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้เสริมจากการทำอาชีพประมง รวมทั้งการจำหน่ายผลผลิตและสินค้าแปรรูปที่ได้จากโครงการ

สำหรับแผนการเพาะปลูกข้าวนาปี ในพื้นที่ลุ่มต่ำ หรือ โครงการบางระกำโมเดล ในปี 2561 นี้ นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้นโยบายในการขยายผลโครงการเพิ่มพื้นที่อีก 117,000 ไร่ จากเดิม 265,000 ไร่

รวมพื้นที่ทั้งสิ้น 382,000 ไร่ รองรับปริมาณน้ำได้เพิ่มขึ้น 550 ล้านลูกบาศก์เมตร จากเดิม 400 ล้านลูกบาศก์เมตร ครอบคลุมพื้นที่ในเขตโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายมน่าน 290,000 ไร่ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานเรศวร 52,000 ไร่ และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพลายชุมพล 40,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 2 จังหวัด 5 อำเภอ 28 ตำบล 131 หมู่บ้าน

ปัจจุบันเกษตรกรในพื้นที่โครงการบางระกำโมเดล 382,000 ไร่ ได้เริ่มทำการเพาะปลูกตั้งแต่ 1 เมษายน 2561 และเก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้ว จำนวน 374,524 ไร่ คิดเป็น 98% และอยู่ระหว่างเก็บเกี่ยวเพียง 2% โดยคาดว่าจะเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จก่อน 31 สิงหาคม 2561 แน่นอน เพื่อให้พื้นที่ทั้งหมดพร้อมรองรับปริมาณน้ำหลากตามแผนที่วางไว้

อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำของลุ่มน้ำยมกรณีวิกฤติ กรมชลประทานได้ดำเนินการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่โครงการบางระกำโมเดล โดยเพิ่มการระบายน้ำในแม่น้ำยมด้วยการผันลงแม่น้ำน่าน และในแม่น้ำยมสายเก่า พร่องน้ำเหนือประตูระบายน้ำต่างๆ ในระดับที่ต่ำกว่าระดับวิกฤติ 2-3 เมตร เพื่อรองรับปริมาณน้ำที่จะผันมาจากแม่น้ำยมผ่านประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย

พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำในเขตชุมชน และเครื่องจักร รถขุดเข้าดำเนินการช่อมแซมคันดินเชิงป้องกันในพื้นที่ที่ที่มีความเสี่ยง ซึ่งหากเกิดกรณีวิกฤติปริมาณน้ำมากเกินกว่าความสามารถการระบายที่จะผ่านแม่น้ำยม ในเขตอำเภอเมืองสุโขทัย จะใช้พื้นที่ลุ่มต่ำในโครงการบางระกำโมเดลเป็นพื้นที่รองรับประมาณน้ำหลาก เพื่อป้องกันอุทกภัยในเขตชุมชนเมืองสุโขทัย

หลังจากนั้นในช่วงบ่าย รองนายกรัฐมนตรี และคณะ เดินทางไปยังศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดพิษณุโลก เพื่อร่วมประชุมการช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรนอกเขตชลประทานที่มีน้ำน้อย พร้อมพบปะพูดคุยกับทีมนักบินฝนหลวงและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในการปฏิบัติหน้าที่

ศาลสั่งคุกแก๊งทนายฉ้อโกงเงิน ‘น้องบีม’ พร้อมชดใช้ค่าเสียหาย

วันที่่ 23 ส.ค.61 ว่าที่ พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง โฆษกสภาทนายความ เปิดเผยความคืบหน้า คดีที่พรรคพวกของนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ อดีตทนายความฉ้อโกงเงินชดใช้ค่าเสียหายของ ด.ญ.ภัทรดา แก้วผ่อง หรือ น้องบีม ที่ต้องพิการเพราะถูกรถเทรลเลอร์ของบริษัทขนส่งแห่งหนึ่งชน ว่า

คดีที่พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องนางพรปวีณ์ ชูแก้ว กับ น.ส.ภัทรวดี หรือฐิตาภา สวัสดี 2 เพื่อนสาวของนายพิสิษฐ์ เป็นจำเลยที่ 1-2 ในฐานร่วมกันปลอมแปลงและใช้เอกสารปลอม, ฐานเป็นผู้สนับสนุนบุคคลอื่นฉ้อโกงโดยกระทำผิดหน้าที่กับจำเลยที่ 1 และในฐานฉ้อโกงกับจำเลยที่ 2 ตามประมวลกฎหมายอาญา

พร้อมเรียกค่าสินไหมทดแทน เหตุเกิดวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2557 ต่อศาลจังหวัดตลิ่งชัน เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.3509/2560 โดยมี น.ส.พรทิพย์ จันทรัตน์ มารดาของน้องบีม และ ด.ญ.ภัทรดา เป็นโจทก์ร่วม โดยมีทนายความอาสาจากสภาทนายความ ที่ตนกับนายดำรงศักดิ์ เครือแก้ว อุปนายกฝ่ายปฏิบัติการ เป็นหัวหน้าทีม และในฐานะกำกับดูแลทนายความอาสาจากเนติบัณฑิตยสภาเข้าว่าความนั้น

ว่าที่ พ.ต.สมบัติ เผยต่อว่า คดีนี้จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ หลังจากนั้นฝ่ายโจทก์ได้สืบพยานประกอบจบสิ้นแล้ว จำเลยที่ 2 เสนอชดใช้เงิน 50,000 บาทแก่โจทก์ร่วม และขอให้ถอนฟ้องหรือถอนคำร้องทุกข์เพื่อให้คดีอาญาระงับไปเฉพาะจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ไม่คัดค้าน และในที่สุดจำเลยที่ 2 ก็นำเงินสดมามอบให้โจทก์ร่วมแล้ว

ต่อมาเมื่อวันที่ 22 ส.ค. ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดตลิ่งชันจึงมีคำพิพากษาว่า คดีนี้โจทก์ร่วมได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนจากจำเลยที่ 2 แล้ว ไม่ติดใจเอาความ จึงขอถอนฟ้อง ศาลอนุญาตให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2

ส่วนจำเลยที่ 1 ศาลพิพากษาว่ามีความผิดตามฟ้อง เป็นความผิดสองกรรม ให้จำคุก 3 ปี 4 เดือน คำรับสารภาพเป็นประโยชน์มีเหตุลดโทษ จึงให้คงจำคุกรวม 2 ปี 16 เดือน และให้ชดใช้เงิน 981,100 บาท แก่โจทก์ร่วมที่ 1 และ 1,405,000 บาท แก่โจทก์ร่วมที่ 2 พร้อมดอกเบี้ย ตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

เริ่มแล้ว! นิทรรศการ ‘ปฏิบัติการถ้ำหลวงวาระแห่งโลก’

วันที่ 22 สิงหาคม 2561 ที่ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ สยามพารากอน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดนิทรรศการ “ปฏิบัติการถ้ำหลวงวาระแห่งโลก” ซึ่งจัดแสดงข้อมูลและภาพเหตุการณ์การช่วยชีวิต เด็กและผู้ช่วยโค้ชทีมนักฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี ทั้ง 13 คน ที่ติดอยู่บริเวณ ถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยมีนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) และผู้แทนฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

 

 

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การช่วยเหลือชีวิตเด็กและผู้ช่วยโค้ชทีมนักฟุตบอลหมูป่า อะคาเดมี ทั้ง 13 คน ที่ติดอยู่ ณ ถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เป็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญระดับโลกที่คนทั้งโลกต่างให้ความสนใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงพระเมตตา และทรงห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าว อีกทั้งเป็นการหลอมรวมความสมานสามัคคี และส่งกำลังใจจากทุกฝ่ายทั้งคนไทย และชาวต่างชาติในภารกิจการช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง นอกจากนี้ ยังมีการประสานงานระดับชาติในการระดมความร่วมมือกันวางแผนการดำเนินงานอย่างมีระบบตามมาตรฐานสากล

นายวิษณุ กล่าวอีกว่า รัฐบาลโดยวธ.ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐและเอกชนดำเนินการรวบรวมข้อมูลและภาพเหตุการณ์นำมาจัดนิทรรศการ “ปฏิบัติการถ้ำหลวงวาระแห่งโลก” เพื่อถอดบทเรียนในมิติวัฒนธรรมและวิถีชีวิตในสังคมไทย เพื่อให้เด็ก เยาวชนและประชาชนได้เรียนรู้ในเรื่องความมีน้ำใจไมตรี วินัย จิตอาสาและความสามัคคี ตลอดจนการแสดงน้ำใจ ความห่วงใยและความช่วยเหลือจากคนทั่วโลก รวมทั้งเผยแพร่ความรู้ในเรื่องของธรรมชาติ ธรณีสัณฐาน ลักษณะทางกายภาพของถ้ำหลวง และข้อควรระวังในการเข้าไปภายในถ้ำหรือป่าเขาและองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ นิทรรศการดังกล่าว แบ่งเป็น 7 โซน ได้แก่ 1. “เมื่อ 13 ชีวิต คิดพิชิตถ้ำหลวง” ทำความรู้จักทีมหมูป่าอะคาเดมี และถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน 2. “นาทีชีวิตวิกฤตเสี่ยงตาย” เรียนรู้ธรณีสัณฐานและลักษณะทางกายภาพของถ้ำหลวง และวิธีเอาตัวรอดจากอุโมงค์น้ำอันตราย 3.“วิกฤตใหญ่รวมใจไทยเป็นหนึ่ง” แสดงถึง “คนไทยไม่เคยทิ้งกัน” ความร่วมแรงร่วมใจของทุกฝ่ายในการช่วยเหลือที่ต้องแข่งขันกับเวลา 4.“ปฏิบัติการถ้ำหลวงวาระแห่งโลก” สัมผัสเรื่องราวมิตรภาพไร้พรมแดนผ่านการช่วยเหลือจากมิตรประเทศทั่วโลก

5. “คารวะผู้กล้าสดุดีจ่าแซม” ซึมซับเรื่องราวของจ่าแซม และทีมปฏิบัติการช่วยเหลือจากทั่วโลกที่ยอมเสียสละทั้งแรงกาย แรงใจและชีวิต เพื่อให้ภารกิจสำเร็จตามเป้าหมาย 6.“บทเรียนที่โลกทึ่ง” ถอดบทเรียนจากปฏิบัติถ้ำหลวงทั้งกู้ภัยโมเดล ภาวะผู้นำ การตัดสินใจ ความร่วมมือและมิตรภาพไร้พรมแดน และ 7.“จารึกปฏิบัติการถ้ำหลวง 19 วัน แห่งการช่วยเหลือ” แสดงถึงความร่วมมือจากทุกฝ่าย ความยากลำบาก และความไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ ของปฏิบัติการช่วยเหลือในแต่ละวันตลอดระยะเวลา 19 วัน

โดยในส่วนกลางจะจัดนิทรรศการดังกล่าวขึ้น ระหว่างวันที่ 22 สิงหาคม – 9 กันยายน 2561 ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ สยามพารากอน ซึ่งรัฐบาลโดยวธ.ขอเชิญชวนเด็ก เยาวชน และประชาชนร่วมชมนิทรรศการ ซึ่งเป็นการถอดบทเรียนจากการปฏิบัติช่วยเหลือเด็กและผู้ช่วยโค้ชทีมนักฟุตบอลหมูป่า อะคาเดมี ทั้ง 13 คน ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง นอกจากนี้ วธ.ได้ให้กรมศิลปากร โดยสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติจัดทำบันทึกเหตุการณ์ และภาพประวัติศาสตร์การช่วยชีวิต เด็กและผู้ช่วยโค้ชทีมนักฟุตบอลหมูป่า อะคาเดมี ทั้ง 13 คน ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง

โดยลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ติดอยู่ในถ้ำหลวง ภารกิจการวางแผน และการดำเนินการช่วยเหลือจากทุกฝ่ายทั้งจากในไทยและต่างประเทศ กระทั่งสำเร็จลุล่วงในที่สุด โดยวธ.จะจัดทำจดหมายเหตุเป็น 3 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษและภาษาจีน อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะจัดทำจดหมายเหตุดังกล่าวแล้วเสร็จภายในปีนี้

Golden-slotonline