กรมชลฯ เตรียมพร้อมพื้นที่แก้มลิงบางระกำโมเดล 382,000 ไร่ รับน้ำหลากปี 61

วันที่ 23 สิงหาคม 2561 พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่บ้านแม่ระหัน ตำบลบ้านกร่าง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เพื่อมอบนโยบายการบริหารจัดการน้ำเตรียมรับสถานการณ์น้ำหลาก และพบปะเกษตรกรในโครงการบางระกำโมเดล โดยมี นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย ผู้แทนฝ่ายปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนฝ่ายความมั่นคง ผู้แทนจากภาคส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำ และชาวบ้านในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับ

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า จากความสำเร็จของการปรับปฏิทินการเพาะปลูกข้าวนาปี ในพื้นที่ลุ่มต่ำ หรือ โครงการบางระกำโมเดล 60 เพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นซ้ำซากในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยและจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นนโยบายของ พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ที่ในขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กองทัพภาคที่ 3 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กรมทางหลวง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มต่ำบางระกำ

ได้ปรับปฏิทินการเพาะปลูกข้าวนาปี ในพื้นที่ลุ่มต่ำเขตชลประทานให้เร็วขึ้น พื้นที่กว่า 265,000 ไร่ เพื่อใช้เป็นพื้นที่รองรับน้ำหลากในช่วงวิกฤติของแม่น้ำยม ลดผลกระทบจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นในเขตชุมชนและสถานที่ราชการจังหวัดสุโขทัย ในปี 2560 ที่ผ่านมา สามารถชะลอการระบายน้ำ ลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพื้นที่ลุ่มต่ำลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ได้สูงสุดประมาณ 400 ล้านลูกบาศก์เมตร

ประหยัดงบประมาณภาครัฐในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติด้านเกษตร ซึ่งในปี 2560 มีพื้นที่เสียหายเพียง 10,400 ไร่ จากทุกปีที่มีความเสียหายกว่า 100,000 ไร่ ส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้เสริมจากการทำอาชีพประมง รวมทั้งการจำหน่ายผลผลิตและสินค้าแปรรูปที่ได้จากโครงการ

สำหรับแผนการเพาะปลูกข้าวนาปี ในพื้นที่ลุ่มต่ำ หรือ โครงการบางระกำโมเดล ในปี 2561 นี้ นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้นโยบายในการขยายผลโครงการเพิ่มพื้นที่อีก 117,000 ไร่ จากเดิม 265,000 ไร่

รวมพื้นที่ทั้งสิ้น 382,000 ไร่ รองรับปริมาณน้ำได้เพิ่มขึ้น 550 ล้านลูกบาศก์เมตร จากเดิม 400 ล้านลูกบาศก์เมตร ครอบคลุมพื้นที่ในเขตโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายมน่าน 290,000 ไร่ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานเรศวร 52,000 ไร่ และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพลายชุมพล 40,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 2 จังหวัด 5 อำเภอ 28 ตำบล 131 หมู่บ้าน

ปัจจุบันเกษตรกรในพื้นที่โครงการบางระกำโมเดล 382,000 ไร่ ได้เริ่มทำการเพาะปลูกตั้งแต่ 1 เมษายน 2561 และเก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้ว จำนวน 374,524 ไร่ คิดเป็น 98% และอยู่ระหว่างเก็บเกี่ยวเพียง 2% โดยคาดว่าจะเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จก่อน 31 สิงหาคม 2561 แน่นอน เพื่อให้พื้นที่ทั้งหมดพร้อมรองรับปริมาณน้ำหลากตามแผนที่วางไว้

อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำของลุ่มน้ำยมกรณีวิกฤติ กรมชลประทานได้ดำเนินการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่โครงการบางระกำโมเดล โดยเพิ่มการระบายน้ำในแม่น้ำยมด้วยการผันลงแม่น้ำน่าน และในแม่น้ำยมสายเก่า พร่องน้ำเหนือประตูระบายน้ำต่างๆ ในระดับที่ต่ำกว่าระดับวิกฤติ 2-3 เมตร เพื่อรองรับปริมาณน้ำที่จะผันมาจากแม่น้ำยมผ่านประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย

พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำในเขตชุมชน และเครื่องจักร รถขุดเข้าดำเนินการช่อมแซมคันดินเชิงป้องกันในพื้นที่ที่ที่มีความเสี่ยง ซึ่งหากเกิดกรณีวิกฤติปริมาณน้ำมากเกินกว่าความสามารถการระบายที่จะผ่านแม่น้ำยม ในเขตอำเภอเมืองสุโขทัย จะใช้พื้นที่ลุ่มต่ำในโครงการบางระกำโมเดลเป็นพื้นที่รองรับประมาณน้ำหลาก เพื่อป้องกันอุทกภัยในเขตชุมชนเมืองสุโขทัย

หลังจากนั้นในช่วงบ่าย รองนายกรัฐมนตรี และคณะ เดินทางไปยังศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดพิษณุโลก เพื่อร่วมประชุมการช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรนอกเขตชลประทานที่มีน้ำน้อย พร้อมพบปะพูดคุยกับทีมนักบินฝนหลวงและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในการปฏิบัติหน้าที่

ใส่ความเห็น